เหตุที่จะทำให้พระสัทธรรม ไม่เสื่อมสูญ คือ การที่เรานำเอาธรรมที่เราได้ยิน ได้ศึกษาเล่าเรียน ท่องจำ นำมาใคร่ครวญ ปฏิบัติจนให้ถึงผล

#ข้อ151-#ข้อ153 หัวข้อเหมือนกัน คือ ผู้ที่ประกอบด้วยธรรม 5 ประการนี้ จะเป็นผู้เมื่อฟังธรรมอยู่ ก็สามารถที่จะหยั่งลงสู่ความเห็นที่ถูกต้องได้ ซึ่งเป็นธรรมคู่ตรงข้ามมีส่วนเหมือนและส่วนต่าง สรุปรวมแล้วได้ 10 ประการ ไม่มัวสนใจแต่คำพูด, ไม่สนใจแต่ผู้พูด, ไม่สนใจแต่ตัวเอง, ไม่เป็นคนโง่, ไม่สำคัญว่ารู้ในสิ่งที่ตนไม่รู้, ไม่ลบลู่ฟังธรรม, ไม่แข่งดี ฟังธรรม, ไม่จ้องจับผิดในผู้แสดงธรรม, มีจิตเป็นเอกัคคตา และทำในใจโดยแยบคาย

#ข้อ154-#ข้อ156 ห้วข้อเหมือนกัน ว่าด้วยความเสื่อม และความตั้งอยู่ได้แห่งพระสัทธรรมเป็นธรรมคู่ตรงข้าม

#ข้อ154 คือ ฟังธรรม เรียนธรรม ทรงจำธรรม ใคร่ครวญอรรถแห่งธรรม ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมโดยเคารพหรือไม่เคารพ

#ข้อ155 คือ เรียนธรรม (นวังคสัตถุสาสน์) แสดงธรรม (อธิบาย) บอกธรรม (จดจำ) สาธยาย ตรึกตรองตามหรือไม่

#ข้อ156 คือ เล่าเรียนพระสูตรที่สืบทอดกันมาดี เป็นผู้ว่าง่าย เป็นพหูสูต เป็นเถระ ไม่มักมาก สงฆ์พร้อมเพรียงกันหรือไม่

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต สัทธัมมวรรค

Time Index

[14:38] ปฐมสัมมัตตนิยามสูตร

[14:29] ทุติยสัมมัตตนิยามสูตร

[19:30] ตติยสัมมัตตนิยามสูตร

[20:39] ขยายความลบลู่-แข่งดี

[26:42] ปฐมสัทธัมมสัมโมสสูตร

[38:24] ทุติยสัทธัมมสัมโมสสูตร

[38:42] นวังคสัตถุสาสน์

[52:34] ตติยสัทธัมมสัมโมสสูตร

อ่าน "ปฐมสัมมัตตนิยามสูตร" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต