สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมแก่ชาวถุลลโกฏฐิตนิคม แคว้นกุรุ ซึ่งรัฏฐปาลกุลบุตร เป็นบุตรของตระกูลชั้นสูงในนิคมนั้น ได้นั่งฟังอยู่ด้วย เกิดความศรัทธาขอบวช แต่ไม่ทรงอนุญาต จะต้องไปขออนุญาตบิดามารดาก่อน เมื่อไปขอถึง 3 ครั้ง บิดามารดาไม่อนุญาต แม้ท่านจะอดอาหารประท้วง และยอมสละชีวิตก็ยังไม่อนุญาต เพื่อนได้มาช่วยอ้อนวอนขออนุญาตให้บวช บิดามารดาจึงอนุญาตให้บวชได้ เมื่อบวชแล้วไม่นานได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ต่อมาได้กลับไปเยี่ยมบิดามารดา แต่บิดาของท่านจำท่านไม่ได้จึงไม่ได้รับภัตตาหารที่บ้าน ขณะนั้นทาสหญิงกำลังจะทิ้งขนมบูด ท่านได้ขอบิณฑบาตขนมนั้น และฉันขนมบูดนั้น ทาสหญิงนั้นจำท่านได้ จึงไปบอกมารดาของท่าน บิดาจึงมานิมนต์ท่านฉันภัตตาหารในวันรุ่งขึ้น จัดเตรียมอาหารอย่างปราณีต และกองเงินกองทองเอาไว้เพื่อถวายพระรัฐปาละ พร้อมให้ภรรยาเก่าของท่านแต่งตัวให้สวยงาม แต่ท่านปฏิเสธที่จะรับและให้นำไปทิ้ง ให้บิดาถวายอาหารและท่านได้แสดงธรรม จากนั้น ได้นั่งพักกลางวันที่พระราชอุทยานมิคจีระของพระเจ้าโกรัพยะ เมื่อทรงทราบว่าท่านพระรัฎฐปาละอยู่ที่นี้จึงเสด็จมาเพื่อทรงเยี่ยม และสนทนาธรรม ได้ตรัสถามถึงเรื่องความเสื่อม 4 ประการ ที่คนบางพวกประสบแล้ว จะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ซึ่งพระรัฎฐปาละนั้นไม่มีความเสื่อมเหล่านั้นเลย อะไรจึงเป็นเหตุให้ท่านออกบวช ท่านได้ตอบว่า เพราะท่านได้ฟังธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องธัมมุทเทส 4 ประการ เกิดศรัทธาแล้วจึงออกบวช และได้แสดงธัมมุทเทส 4 แก่พระเจ้าโกรัพยะ

Time Index

[01:44] ว่าด้วยพระรัฏฐปาละ/พราหมณ์และคฤหบดีชาวถุลลโกฏฐิตะเข้าเฝ้า  

[12:02] มารดาบิดาไม่อนุญาตให้บวช

[24:58] ตอนพระรัฏฐปาละฉันขนมบูด

[36:05] ความเสื่อม 4 ประการ/ธัมมุทเทศ 4 ประการ

อ่าน "รัฏฐปาลสูตร" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์