Q : ศรัทธาที่ตั้งไว้ถูกกับผลของการอ้อนวอนขอร้อง ?
A : ศรัทธามี 3 ระดับ 1. ไม่มีศรัทธาในอะไรเลย 2. มีศรัทธา ด้วยการอ้อนวอนขอร้อง ไม่ได้ผลเป็นไปเพื่อการสิ้นทุกข์ คืออยากจะสิ้นทุกข์ แต่ไม่โดยชอบ  3. มีศรัทธาตั้งไว้ดี ประกอบด้วยปัญญา มีการกระทำโดยชอบด้วยเหตุผล นั่นคือ “วิริยะ” ที่เหมาะสม ออกมาในรูปของศีลที่เป็นไปเพื่อความไม่ร้อนใจ เป็นหนึ่งใน มรรค 8 มีที่สุดจบคือ นิพพาน เรียกว่าเป็นศรัทธาถูกที่และดีที่สุด / ผลจากการอ้อนวอนขอร้องแล้วได้ บางครั้งเกิดจากเทพบันดาล บางครั้งเกิดจากผลกรรมที่ทำมา

Q : ศรัทธาในพระธรรมวินัยแตกต่างอย่างไรกับศรัทธาที่เกิดจากการปฏิบัติ ?
A : ศรัทธาในธรรมวินัยเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ศรัทธาที่เกิดจากการปฎิบัติจนเป็นผลแล้วจึงไม่เชื่อตามบุคคลอื่น รู้ได้ด้วยตนเอง

Q : รู้อะไรเห็นอะไรถึงจะเรียกว่า “สันทิฏฐิโก” ?
A : เห็นประจักษ์ในสิ่งที่เราได้รับผล รู้ชัด เห็นชัด รู้ได้เอง เห็นได้เอง ไม่เชื่อตามผู้อื่นในคำสอนของศาสดาตน

Q : อาจิณณกรรม กับ จิตสุดท้าย อะไรที่สำคัญกว่ากัน ?
A : ทั้งสองสิ่งล้วนสำคัญ เราควรทำกรรมดี ไม่ประมาท ความไม่ประมาทจะรักษาทั้งอาจิณณกรรมฝ่ายดีและจิตสุดท้ายฝ่ายดีได้

Q : คำว่า ”สีมา” หมายถึงอะไร ทำไมต้องผูกพัทธสีมาและฝังลูกนิมิต ?
A : สีมา คือ ขอบเขต หลักเขต สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น ถนน, แนวภูเขา หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเองเป็นนิมิต (เครื่องหมาย) เช่น เสาหินหรือลูกนิมิต เป็นหลักเขตและปัก “ใบเสมา” หรือ “สีมา” ไว้ ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกว่าใต้ใบสีมา มีลูกนิมิตอยู่ด้านล่าง

Time Index

[06.03 ] ศรัทธาที่ตั้งไว้ถูกกับผลของการอ้อนวอนขอร้อง ?
[ 19:28 ] ศรัทธาในพระธรรมวินัยแตกต่างอย่างไรกับศรัทธาที่เกิดจากการปฏิบัติ ?
[ 23:32 ] รู้อะไรเห็นอะไรถึงจะเรียกว่า “สันทิฎฐิโก” ?
[ 33:52 ] อาจิณณกรรมกับจิตสุดท้าย อะไรที่สำคัญกว่ากัน?
[ 43.13 ] ประชาสัมพันธ์งานตัดหวายลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา / ความหมายของ “ผูกพัทธสีมา” และ “ฝังลูกนิมิต”