ปฏิบัติภาวนาด้วยการเจริญพุทธานุสสติ โดยการระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า เพื่อพิจารณา ทบทวนหาช่องทางการดำเนินชีวิต โดยศึกษาการใช้ปัญญาเพื่อหาหนทางการดับทุกข์ของพระพุทธเจ้า

เรากำหนดจิตไว้กับ “พุทโธ พุทโธ” จนจิตรวมเป็นสมาธิ เรียกว่า “สัมมาสมาธิ” เราจะเห็น “ธรรมะ” ของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่เข้ากันได้หมด เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีอะไรที่จะไม่เข้ากันเลย สิ่งที่เข้ากันไม่ได้นั้น เรียกว่า “นิวรณ์” คือ เครื่องกางกั้น ที่กั้นให้เราไม่เห็นทาง และเป็นสิ่งที่เราต้องกำจัดออก

พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ได้มีเทวทูต นำทางให้ออกบรรพชา ท่านได้ฝึกความเพียรตามสองดาบส แต่ก็ยังมีเวทนา ท่านบำเพ็ญทุกรกิริยา บีบกาย บีบใจอย่างหนักก็ยังไม่พ้นทุกข์ จนใช้ทางสายกลาง มรรคมีองค์แปด และใช้ปัญญาพิจารณาจนเห็นว่า ขันธ์ทั้งห้าเป็นทุกข์ ยังคงเกิดภพ เพราะมีตัณหาเป็นตัวยึด มีอวิชชาเป็นตัวชักนำ ต้องพิจารณาดับกิเลส อาสวะ นั่นคือ นิโรธ จนพบทางออกที่ไม่มีทางตัน และไม่ย้อนกลับ คือ พระนิพพาน

ชีวิตของเรามีทางออกเสมอ มาตามทางมรรคแปด พร้อมด้วยศรัทธา ความเพียร สติ สมาธิ ปัญญา ก็จะพบทางออก ตาม “สัมมา สัมพุทโธ” องค์พระพุทธเจ้า

Time Index

[04:14] ปฏิบัติภาวนา ด้วยการเจริญพุทธานุสสติ

[08:33] นิวรณ์ คือ เครื่องกางกั้นทำให้เคลือบแคลง อย่าให้วิจิกิจฉาเกาะได้

[12:42] ธรรมะของพระพุทธเจ้าเข้ากันได้หมด ไม่ขัดกัน

[20:06] แยกแยะสิ่งที่ไม่เข้ากัน ออกด้วยสติ

[24:43] สัมมาสมาธิ จะทำให้หนทางเปิด

[33:10] ตัดสินใจทำความเพียรทางจิต ฝึกกับสองดาบส สมาธิยังก่อภพ

[37:43] อุปมา 3 ลองทำทุกรกิริยา บีบกาย บังคับใจ เป็นทางตัน

[47:36] อุปมาดั่งพิณ ผ่าทางตันด้วยทางสายกลาง

[53:29] พิจารณาด้วยปัญญา จึงพบหนทาง และความจริงอันประเสริฐ

[57:38] ทางออกของชีวิต คือ มรรคแปด