ปฏิบัติภาวนาด้วยการเจริญพุทธานุสติ ตั้งพุทโธไว้ในใจ จิตรวมสงบระงับลงจนเป็นสมาธิ

พระพุทธเจ้าทรงตรัสอธิบายการกำจัดอุปกิเลสหรือกำจัดเครื่องเศร้าหมองของใจไว้ในสังฆสูตร ว่าเปรียบเสมือน คนล้างทองที่ต้องใช้เครื่องมือที่ถูกต้องมาล้างทอง เพื่อทำให้เป็นทองบริสุทธิ์ ดังนี้

1. อุปกิเลสอย่างหยาบ คือ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต สามารถทำให้หมดไปได้ด้วย “ศีล” คือ “ละบาปทั้งปวง”

2. อุปกิเลสอย่างกลาง คือ ความตริตรึกไปในทางกาม พยาบาท เบียดเบียน สามารถทำให้หมดไปได้ด้วย “สติ” เมื่อมีสติก็สามารถ ละกาม พยาบาท เบียดเบียน และถึงซึ่งสมาธิได้ หรือ “สัมมาสังกัปปะ” และ”สัมมาสมาธิ” คือ “ทำกุศลให้ถึงพร้อม”

3. อุปกิเลสอย่างละเอียด คือ ความคิดนึกถึงชาติ ชนบท ความคิดนึกที่ประกอบด้วยความไม่ดูหมิ่น หรือความคิดนึกถึงบุญ บาป ที่อยู่ที่จิต สามารถทำให้หมดไปได้ด้วย “ปัญญา วิปัสสนา” คือ เห็นตามความเป็นจริงว่า จิตไม่เที่ยง เป็นทุกข์จึงเกิดความหน่าย “ละ วาง ความยึดถือจิต” และ “ทำจิตให้บริสุทธิ์”

เมื่อจิตไม่ยึดถือ จิตจะมีความหลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว จิตจึงมีความยินดี ร่าเริง มีความดับเย็น คือ นิพพานเป็นที่แล่นไปสู่ เราจึงออกมาเป็นทองคำที่บริสุทธิ์ได้

Time Index

[02:00] ปฏิบัติภาวนา ด้วยการเจริญพุทธานุสสติ

[11:49] เริ่มที่ศีล แล้วทำให้ละเอียดขึ้นเหมือนการทำทองคำ

[14:44] ว่าด้วย "สังฆสูตร"

[23:33] ศีลเป็นเครื่องชำระกิเลสอย่างหยาบ

[27:23] สติเป็นเครื่องชำระกิเลสอย่างกลาง

[40:15] อุปกิเลสอย่างละเอียด

[52:06] ละความยึดถือในจิต เพราะจิตมีสภาพความเป็นทุกข์

[56:40] ปัญญาเป็นเครื่องชำระอย่างละเอียด ได้ผลเป็นความดับเย็น คือ นิพพาน