ถึงเวลาที่จะปลดแอกตัวเราจากความยึดถือได้แล้วที่ไปยึดได้ คือ อุปาทานเพราะเพลินพอใจในสิ่งใดมันติดกับสิ่งนั้นทันทีโทษของมันก็มาด้วยเพราะความที่มันไม่เที่ยงจะกำจัดมันก็ละความยึดถืออย่าให้เกิดความเพลินความพอใจ คือ เห็นโทษในความที่ไม่มีสาระไม่มีแก่นสารเห็นบ่อยๆจะเป็นอุบายเครื่องนำออกจากความยึดถือในสิ่งนั้นแต่ถ้าเห็นโทษอย่างเดียวไม่เห็นรสอร่อยไม่เห็นเหตุเกิดไม่เห็นสิ่งต่างๆครบถ้วนบางทีไปยึดกับการปฏิเสธทุกอย่างปฏิเสธสิ่งนี้ไม่เอาสิ่งนั้นด่าทอขี้บ่นมันก็ไม่ได้เรื่องกิเลสมันเอาเราสองทางเสมอ

สิ่งที่ไม่เป็นสาระ คือ ความที่มันไม่เที่ยงเป็นทุกข์แปรปรวนได้แล้วเอาสิ่งที่เป็นสาระ คือ อะไรที่ทำให้เราเห็นความไม่เที่ยงมีปัญญามีสติมีสมาธินั่นคือ มรรคเห็นตามความเป็นจริงโดยความเป็นของไม่เที่ยงของขันธ์ห้าเจริญเกาะอยู่กับมรรคแปดจะทำให้สามารถที่จะเห็นขันธ์ห้าตามความเป็นจริงได้

Time index

[00:42]เจริญภาวนาด้วยพุทธานุสสติ

[08:40]เข้าใจทำ |การพิจารณาขันธ์ห้า

[09:59]พิจารณารูป

[24:00]พิจารณาเวทนา

[39:07]พิจารณาสัญญา

[47:27]พิจารณาสังขาร

[50:14]พิจารณาวิญญาณ

[51:18]นำธรรมะเข้าสู่ใจด้วยพุทโธธัมโมสังโฆ


ฟัง “พิจารณาสภาวธรรมตามวิธีปฏิจจสมุปบาท” ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563