“มหาโคสิงคสาลวันสูตร” พระสูตรที่กล่าวถึงพระเถระที่มีความสามารถไล่มาตั้งแต่พระสารีบุตรพระมหาโมคัลลานะ พระมหากัสสปะจนถึงพระอานนท์ ได้ไปอยู่ที่ป่าโคสิงคสาลวันเป็นคืนที่มีราตรีแจ่มกระจ่างดอกสาละบานสะพรั่งบรรยากาศมีความรื่นรมย์พระเถระหลายรูปจึงพูดคุยกันว่าควรอยู่ด้วยวิหารธรรมอย่างไรแล้วนำเรื่องราวไปเล่าให้พระพุทธเจ้าฟัง

ส่วน “จูฬโคสิงคสาลสูตร”เป็นเรื่องที่ป่าโคสิงคสาลวันเหมือนกันแต่ในอีกวาระหนึ่งมีพระอนุรุทธ พระนันทิยะและพระกิมิละอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมีความสามัคคีเพราะมีเมตตาให้กันทั้งต่อหน้าและลับหลังทั้งทางกายวาจาและใจพยายามเก็บจิตของตนเองแล้วทำตามวาระจิตของผู้อื่น “..พร้อมเพรียงกันชื่นบานต่อกันไม่วิวาทกันยังเป็นเหมือนน้ำนมกับน้ำมองกันด้วยสายตาแห่งคนที่รักใคร่กันเป็นอยู่..”

“..เหล่าสาวกที่อาศัยในพื้นที่ใด ๆแล้วปฏิบัติดีปฏิบัติชอบพื้นที่นั้นสถานที่นั้นก็เป็นรมณียสถานขึ้นมาได้..”

Time index

[03:20] มหาโคสิงคสาลสูตร

[06:03] ทรรศนะของพระอานนท์ 

[07:42] ทรรศนะของพระเรวตะ

[09:02] ทรรศนะของพระอนุรุทธะ

[10:39] ทรรศนะของพระมหากัสสปะ

[13:03] ทรรศนะของพระมหาโมคคัลลานะ

[14:25] ทรรศนะของพระสารีบุตร

[29:20] พระพุทธโอวาท

[30:58] จูฬโคสิงสาลสูตร

[39:26] ธรรมเครื่องอยู่สำราญ


อ่าน มหาโคสิงคสาลสูตร การสนทนาธรรมเรื่องผู้ทำให้ป่างามพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

อ่าน จูฬโคสิงควาลสูตร เหตุแห่งความสามัคคี พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์