“ย่อมทำความพอใจให้เกิดขึ้นย่อมพยายามปรารภความเพียรประคองจิตตั้งจิตไว้…”พุทธพจน์นี้เป็นส่วนที่เหมือนกันที่พระพุทธเจ้าท่านบัญญัติความหมายของสัมมาวายามะที่ประกอบกับกุศล2 อย่างและอกุศล2 อย่าง “สัมมาวายามะ” เป็นหนึ่งในองค์ประกอบอันประเสิรฐ8อย่างของทางที่จะให้ไปถึงความเกษมคือนิพพานเป็นเรื่องของการกระทำความเพียรทางจิตโดยลักษณะการริเริ่มมี“ฉันทะ”ความพอใจเป็นเหตุที่จะพัฒนา ปรับปรุงด้วย “ความเพียรพยายาม” ในทางที่จะทำให้กุศลธรรมเพิ่มขึ้น อกุศลธรรมลดลงแต่ต้องประคับประคองไม่ให้ความเพียรมากเกินไปหรือน้อยเกินไปโดยอาศัยสติสมาธิและศรัทธาที่ต้องคอยปรับให้เสมอ ๆ กัน แต่สิ่งที่ต้องมีให้มาก ๆ คือกำลังใจการทำจริงแน่วแน่จริงมีความมั่นใจ กล้าที่จะตัดสินใจทำการทำความเพียรเป็นการทำให้กิเลสลดพอกิเลสมันจะตายบางทีมันไม่ยอมมันดีดกลับขึ้นมาเราต้องรู้จักที่จะผ่อนจะตึงปรับให้มันได้จึงมีคำว่า“ประคองจิตตั้งจิตไว้” ให้ตรวจสอบสังเกตสภาวะในจิตใจของเราเสมอซึ่งพระพุทธเจ้าท่านเป็นตัวอย่างของการทำความเพียรอยู่ตลอดให้เราตั้งความเพียรไว้ในวันนี้และเดี๋ยวนี้ว่า“จะไม่ถอยหลังไม่เลิกจนกว่าจะสำเร็จ”

Time Index

[00:19] เริ่มการปฏิบัติด้วยอานาปานสติและเจริญพรหมวิหาร4

[06:56]สัมมาวายามะคือการทำความเพียรที่ทำให้กิเลสลดลง

[08:24]ความหมายพระพุทธเจ้าท่านบัญญัติไว้

[13:24]ฉันทะความพอใจเป็นลักษณะของการริเริ่มทำ| ปธาน4หรือ สัมมัปธานหรือ สัมมาวายามะมีความหมายเหมือนกัน | การทำให้อกุศลธรรมลดกุศลธรรมเพิ่มต้องทำเองคนอื่นทำให้ไม่ได้เพราะต้องอาศัยฉันทะเป็นเหตุ

[17:17]ประคับประครองความเพียรไม่มาก/ไม่น้อยเกินไปและเพราะฉันทะมีทั้งนัยยะที่เป็นบวกและเป็นลบทำให้ต้องปรับให้พอดีไม่งั้นเป็นมิจฉาวายามะได้

[24:39]ความเพียรเป็นกำลังใจเป็นความกล้าโดยเริ่มที่ศรัทธาคือความมั่นใจในการตัดสินใจที่จะทำจริงแน่วแน่จริงแต่ต้องคอยปรับด้วยสติและสมาธิให้มีความเข้มแข็งไม่ใช่แข็งกระด้าง และมีความนุ่มนวลไม่ใช่อ่อนแอค่อย ๆ ปรับไปเหมือนคนบำรุงรักษาป่า

[35:52]สามารถทำได้ในทุกอิริยาบทในทุกสถานที่การกล่าวการคบคนการเสพปัจจัย4 เป็นอุปกรณ์ที่เราสามารถตั้งความเพียรไว้ได้เสมอ

[44:08]อุปมาเหมือนช่างหม้อปั้นหม้อทุบ/นวดและช่างดัดลูกศรให้ตรง

[46:20]เรื่องสำคัญคือการเพ่งมาให้ถูกจุดให้ถูกที่ในสามัญผลถ้าตั้งไว้ผิดก็จะทำให้เกิดความขี้เกียจได้(เปรียบเทียบคนขี้เกียจกับคนขยัน) ความเพียรลักษณะนี้เป็นเรื่องของวินัยพอเข้าที่ดีแล้วจะกลายเป็นนิสัย

[51:23]ลักษณะของการทำความเพียรเป็นลักษณะความเร่าร้อนที่ทำให้เกิดความร้อนใจที่จะต้องทำในตอนนี้/ทุกสถานการณ์การทำความเพียรไม่ได้จะทำได้ดีทั้งหมดจึงไม่ควรประมาทต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมทั้งภายนอกภายในที่สัปปายะ

[57:12]ในการทำความเพียรพระพุทธเจ้าท่านเปรียบกับการทำนา

[58:03]สรุปในวันวิสาขบูชาให้เรามาระลึกถึงความเพียรที่พระพุทธเจ้าท่านทำก่อนที่จะบรรลุธรรมซึ่งกำหนดตั้งไว้ว่า“หนังเนื้อเอ็นกระดูกจักเหลืออยู่เนื้อและเลือดในสรีระจะเหือดแห้งไปก็ตามที; ประโยชน์ใดอันบุคคลจะพึงบรรลุได้ด้วยกำลังด้วยความเพียรด้วยความบากบั่นของบุรุษ,ถ้ายังไม่บรรลุประโยชน์นั้นแล้วจักหยุดความเพียรเสียเป็นไม่มี”


อ่าน “สัมมาวายามะ” พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค