“พอเราเจริญมรรคมีองค์ 8 เป็นทางให้ถึงความดับไปของเจ้าตัณหาอุปาทานอวิชชา โรคก็หายไป เป็นอโรคะ อโรคะเกิดขึ้นเป็นการได้ที่ดีมาก เป็นการเกิดขึ้นทางใจ กิเลสหายไป แต่อาทีนวะทุกข์โทษของกายนั้นมันยังมีอยู่ ทุกข์โทษของกายยังมีอยู่ แต่ความยึดถืออุปาทานในกายไม่มี ต้องแยกกันให้ดี ความยึดถือคืออุปาทานในกายไม่มี นั่นเป็นเหตุของการไม่มีโรคคืออโรคยา แต่ทุกข์โทษในกายนั้นมีเป็นธรรมดา”

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เป็นคาถาที่ต้องพิจารณาให้ลึกซึ้ง การดำเนินตามมรรค 8 จะทำให้พ้นจากโรค คือ ราคะ โทสะ โมหะและการพิจารณาอาทีนวสัญญาการเห็นทุกข์โทษของกายตามความเป็นจริงจะทำให้เกิดการปล่อยวางกายจนเกิดอโรคยาได้อย่างไร ตอนนี้มีคำตอบ

Time index

[03:04] อานาปานสติที่สมดุล ไม่บังคับแต่ควบคุม ไม่ลืมลม

[13:05] มีสัมมาสติ เกิดสัมมาสมาธิ จิตรวมลงในฌาน 1

[18:12] จิตเป็นสมาธิแล้วมาเห็นโทษในกายตามความจริง

[21:07] อาทีนวสัญญา(พระสูตร)

[24:30] โทษในกายคือเวทนา ถ้าเห็นไม่ถูกจะทำลายกายหรือเห็นแค่เพียงโรค

[34:31] โรคมี 2 ชั้น โรคทางกายคืออาพาธและโรคทางใจคือกิเลส มีตัณหาอวชิชาเป็นเชื้อ

[39:50] จุดประสงค์ของการเห็นอาทีนวสัญญา คือ ปล่อยวาง

[43:10] จิตกับกายเนื่องกันด้วยตัณหา เหมือนแอกที่ lock คอวัว

[45:47] ปลด lock หายจากโรคด้วยมรรค 8 เริ่มจากมีสัมมาสติ

[52:13] ผลของการพิจารณาอาทีนวสัญญา คือปล่อยวาง เป็นอโรคยา

[56:25] หายตาบอดตาดีเห็นตามจริง เป็นผู้ผาสุก


อ่าน "มาคัณฑิยสูตร" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์

อ่าน "อาพาธสูตร" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๔  พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต

ฟัง "เห็นทุกข์โทษในกายด้วยปัญญา" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2562