“ท่านพระสารีบุตรเห็นความเกิดขึ้นเห็นความเสื่อมไปในทั้งหมด 16อย่างนี้ ตามรายละเอียดของ 7 อย่างนั้น เห็นแล้วแจกแจงแล้วก็ โอว สิ่งเหล่านี้ไม่มีมา มีมาแล้วมันก็ดับไป เกิดขึ้นดับไป เกิดขึ้นดับไป ไม่เที่ยงด้วย ปรุงแต่งด้วย ทั้ง 16อย่าง เห็นแบบนี้แล้ว คือเราก็ไม่ต้องยินดีไม่ยินร้ายตามมันไป ความที่ไม่ยินดีไม่ยินร้าย นั่นคือจะมีสภาวะแห่งการสั่งสมสิ่งที่เป็นกาม จะมีสภาวะการสั่งสมสิ่งที่เป็นภพสิ่งที่เป็นอวิชชา ไม่ได้หรอก พอมันไม่สั่งสมในช่องทางใจ พอเราไม่ได้ยินดีไปตาม ไม่ได้ยินร้ายไปตาม กิเลสมันก็พัวพันไม่ได้.…”

Time index

[01:30] เข้าใจทำด้วยอานาปานสติรับรู้ที่ไหน สติก็อยู่ตรงนั้น ทั้งหมดนี้รวมลงในใจกลายเป็นผัสสะ ให้สติเป็นผู้จัดระเบียบจะรักษาใจจากสิ่งที่มากระทบ เพราะเวทนาทั้งหมดรวมลงในความทุกข์

[19:31] จิตคือสภาวะแห่งการสะสมของกาม ภพ อวิชชา

[22:40] ยิ่งนิ่ง ยิ่งเห็นความเปลี่ยนแปลงในเวทนา ในกาย โดยมีสติเป็นฐาน อวิชชาลด นิโรธแจ้ง

[35:40] พระสารีบุตรเห็นอะไรจึงสามารถกำหนดได้ตามลำดับบท

[40:04] ฟังเรื่องเวทนาแต่สามารถแจกออกได้ถึง 16 อย่าง ใน 7 อย่าง

[44:24] เห็นละเอียดลึกซึ้งลงไปในฌานว่าไม่เที่ยงเห็นซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ เหมือนเล่นเทป จะหน่าย คลายกำหนัด ปล่อยวางได้

[51:14] สิ่งใดที่ไม่เคยมีก็มีมา สิ่งใดมีมาแล้วก็ดับไป ตามเหตุตามปัจจัย


อ่าน "อนุปทสูตร (๑๑๑)" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔  พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์

อ่าน "ทีฆนขสูตร ว่าด้วยปริพาชกชื่อทีฆนขะ"  พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์

ฟัง "อนุปทสูตร" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563

ฟัง "ทีฆนขสูตร" พระสูตรภาคออนไลน์