การไม่ทำความชั่วตามคำชักชวนใดๆ ถือว่าเป็นการทำความดีของเราแล้ว บางครั้งความดี ความเพียร และความตั้งใจมั่นอาจจะทำได้ยาก เพราะอาจทำให้เกิดเป็นความคับแค้น ความเร่าร้อน หรือผัสสะที่ไม่น่าพอใจได้ในระหว่างที่ตั้งใจทำความดีนั้นๆ

พละห้า เป็นคุณธรรมที่สำคัญใช้หุ้มห่อจิตใจเรา ให้สามารถรักษาความดีได้อย่างเต็มที่ตลอดรอดฝั่ง จะทำให้จิตใจเราไม่คิดเบียดเบียน ไม่พอใจ หรือไม่คิดทำร้ายผู้อื่นด้วย

ผู้ถามโดนหัวหน้างานระดับ supervisor บังคับให้ร่วมแจ้งข้อมูลเท็จ แก่ลูกค้า(ทรัพย์สินของลูกค้า ซึ่งมอบหมายให้บริษัทจัดการดูแล) ซึ่งได้ทำงานให้ลูกค้ารายนี้มา 2 ปี หัวหน้าให้แจ้งข้อมูลที่บิดเบือนกับลูกค้ามาตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจนมีมูลค่าประมาณ 3 ล้านต้นๆที่ได้ยักยอกไว้ โดยหัวหน้าจะขู่ตลอดเรื่องการต่อสัญญาจ้างกับผู้ถามหากชอบขัดคำสั่งหรือกระด้างกระเดื่อง ผู้ถามไม่ได้เต็มใจทำและมีความเห็นไม่ตรงกับหัวหน้าในเรื่องนี้มาตลอดว่ามันผิดกฏหมาย และได้แอบทยอยคืนทรัพย์สินให้แก่ลูกค้าโดยไม่บอกหัวหน้าและลูกค้ามาตลอดทีละหน่อย เพราะผู้ถามไม่อยากขึ้นศาลหากความจริงเปิดเผย เนื่องจากเป็นคนดูแลทรัพย์สินและเอกสารตัวนี้ จนเดือนที่ผ่านมามีการประเมินพนักงานโดยหัวหน้าคนนี้ ผู้ถามโดนหัวหน้าประเมิน 52 จาก 100 โดยที่เพื่อนตำแหน่งเดียวกันได้มากกว่า 80 กันทุกคน และหัวหน้าบอกว่า ผู้ถามจะได้ต่อสัญญาหรือไม่ขึ้นอยู่กับทางออฟฟิศที่จะดูผลการประเมิน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าหัวหน้าจะต้องเล่นมุกนี้ แต่สิ่งที่ผู้ถามกำลังจะทำคือ เมื่อโดนจ้างออกจะนำข้อมูลไปแจ้งลูกค้า ว่าหัวหน้าคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ (ผู้ถามถ่ายรูปหลักฐาน แต่ไม่เอาของจริงไป เดี๋ยวจะโดนข้อหาขโมยเอกสารภายใน) และสุดท้ายถ้าลูกค้าเอาผิดหัวหน้าคนนี้ตามกฏหมาย ผู้ถามอาจจจะถูกกันในฐานะพยาน ผู้ให้เบาะแส หรือต้องรับโทษใดบ้างซึ่งต้องว่ากันไปตามกระบวนการทางกฏหมาย แต่ผู้ถามไม่อยากให้คนที่โกง ได้ทำร้ายคนอื่นฝ่ายเดียว อยากให้กรรมตามสนองมันบ้าง เราต้องทำอย่างไรตามคำสอนของพุทธศาสนาหรือมีปัจจัยอะไรเร่งให้กรรมทำงานเร็วขึ้น

สิ่งที่ควรจะเป็นคำถามคือ ทำอย่างไรให้จิตเราสามารถทำหรือรักษาความดีได้ตลอด ซึ่งคุณธรรมที่จะนำเราในแนวทางที่ถูกต้องได้คือ พละ 5 อันประกอบไปด้วย ศรัทธา ซึ่งหมายถึงการทำจริง แน่วแน่จริง มีความเชื่อ ความมั่นใจจนเกิดเป็นศรัทธาขึ้นมาได้ และถือว่าเป็นกำลังใจสำคัญในการปฏิบัติ การมีศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จนเกิดเป็นวิริยะ มีความเพียรที่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดเป็นสติ สมาธิและปัญญาในที่สุด

การให้ผลของกรรมมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ บุญกุศลที่ได้สร้างมาตั้งแต่อดีตชาติจนกระทั่งถึงปัจจุบันชาติที่มากน้อยไม่เท่ากัน

ระยะเวลาการให้ผลของกรรมที่แตกต่างกันคือ ให้ผลในปัจจุบัน ให้ผลในเวลาถัดมา และให้ผลในเวลาถัดๆ มาอีก ซึ่งผลกรรมอาจจะเกิดกับตนเอง กับลูก หรือกับผู้อื่นก็ได้ด้วย

 

 

Time index

[01:14] ประชาสัมพันธ์รูปแบบรายการในแต่ละวันตลอดทั้งสัปดาห์ เพื่อการนำหลักธรรมะไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมถึงช่องทางเพิ่มเติมในการรับฟังรายการย้อนหลัง ดูภาพประกอบ ดูวีดีโอ อ่านบทคัดย่อ และสอบถามปัญหาธรรมะทาง website ที่ www.donhaisok.co / Facebook Fanpage "puredhamma.com" / Youtube Channel "Pure Dhamma Vdo" และทางโทรศัพท์มือถือ โดยการใช้ Podcast Application (มีทั้ง Apple Podcast สำหรับ IOS และ Google Podcast สำหรับ Android) โดยค้นหาจากคำว่า “ดอนหายโศก” ได้เช่นกัน

[03:37] โดนหัวหน้างานกลั่นแกล้ง ต้องทำอย่างไรตามคำสอนของพุทธศาสนาหรือมีปัจจัยอะไรเร่งให้กรรมทำงานเร็วขึ้น

[07:21] เห็นทางออกอยู่แล้วและได้ทำอยู่แล้วนั่นคือ การทำความดี

[09:57] สุขเวทนากับกุศลธรรม เป็นคนละเรื่องกัน

[12:58] สิ่งที่ควรทำความเข้าใจ มากกว่าการเร่งให้กรรมทำงานเร็วขึ้นนั่นคือ ต้องทำอย่างไรจึงจะรักษาความดีของเราให้มีตลอดได้

[14:52] พละ 5 เป็นคุณธรรมที่สำคัญใช้หุ้มห่อจิตใจเรา ให้สามารถรักษาความดีได้อย่างเต็มที่ตลอดรอดฝั่ง

[24:22] ความยุติธรรมไม่มีในสังสารวัฏนี้ หากต้องการให้สุดจบจริงๆมีที่พระนิพพานแห่งเดียวเท่านั้น

[27:58] ทำใจด้วยการมีสติ กล่าวคือให้ระลึกถึงคุณความดีของตนเอง ซึ่งถือเป็นสีลานุสสติอีกด้วย

[29:07] สาวกทั้ง 80 รูป มีบ้างหรือไม่ที่บวชๆ สึกๆ หลายๆครั้ง แล้วได้บรรลุธรรม ผู้ถามเคยถามหลวงน้าท่านหนึ่งซึ่งมรณภาพไปหลายสิบปีแล้ว ท่านอธิบายว่า "ชายสามโบสถ์" คือ ผู้ชายที่นับถือหลายๆศาสนาในเวลาเดียวกัน ผู้ถามเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ฟังหูไว้หู หรือเชื่อเพียงครึ่งเดียวในสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง สำหรับพระอาจารย์มหาไพบูลย์ฯ มีความคิดเห็นเรื่อง "ชายสามโบสถ์" เป็นอย่างไร

[30:19] สาวกทั้ง 80 รูป ไม่มีองค์ใดเลยที่บวชๆ สึกๆ หลายครั้ง แต่ในครั้งพุทธกาลก็เคยมีท่านจิตตหัตถสารีบุตร ที่เคยบวชและสึกถึง 7 รอบด้วยสาเหตุของการทำมาหากินเพื่อเลี้ยงชีพและคุณของเนกขัมมะในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตามพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ก็เคยเป็นอย่างนี้

[38:21] ภาษาที่ยังมีชีวิตก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไป ขึ้นกับว่าต้องการใช้ไปในบริบทใดๆ ทั้งนี้จากการสืบค้นพบว่า ชายสามโบสถ์มีความหมาย 2 นัยยะคือ ชายที่บวชในศาสนาพุทธตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป หรือชายที่บวชในศาสนาที่ต่างกันตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป

[40:12] คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นภาษาบาลี ซึ่งเป็นภาษาที่ตายแล้ว ดังนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญกับตัวแม่บทมาติกา

[44:30] เมื่อพระท่านกล่าวคำสมาทานศีลห้าเสร็จ แล้วสรุปลงท้ายว่า "จะไปสุคติได้ด้วยเพราะศีล" สุคตินั้นหมายรวมถึงโลกมนุษย์ด้วยหรือไม่ เพราะโลกมนุษย์นั้นประกอบด้วยทุกข์ สุข และไม่ทุกข์ไม่สุข ทั้งนี้เพราะที่เป็นที่ดีที่งามนั้น เป็นที่ที่มีลักษณะอย่างไร

[46:22] ต้องเข้าใจถึงสัดส่วนของสุขและทุกข์ในโลกมนุษย์ที่มีพอๆ กัน ส่วนนรกจะมีความทุกข์อย่างมากแต่สุขน้อยนิดเดียว ในขณะที่สวรรค์จะมีความสุขเหลือล้นแต่ทุกข์น้อยนิดเดียว ดังนั้นเมื่อพูดถึงสุคติจะประกอบไปด้วยมนุษย์ (พราหมณ์มหาศาล กษํตริย์มหาศาล และคหบดีมหาศาล) เทวดา พรหม แต่ถ้าพูดถึงทุคติจะประกอบไปด้วยมนุษย์ เปรต อสูรกาย

[51:13] ทุกที่ในสังสารวัฏนี้ต่างประกอบด้วยไปทุกข์ สุข และไม่ทุกข์ไม่สุข แต่สัดส่วนอาจจะมากน้อยแตกต่างกันไปนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ความดีในการเกิดเป็นมนุษย์นั้นก็คือ ได้ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า สามารถเห็นสุขและทุกข์ได้มากพอๆกัน เมื่อเห็นสุขแล้วไม่กำหนัดยินดี เมื่อเห็นทุกข์แล้วเกิดปัญญาได้

[53:25] พระปริตรที่ควรมี ควรนำมาสาธยาย หรือสวดมนต์พิธีในงานมงคลสมรส งานแต่งงาน นั่นคือ "องคุลีมาลปริตร" หรือ "องคุลีมาลสูตร" ขอความกรุณาพระอาจารย์มหาไพบูลย์ฯ แปลพระสูตรนี้เป็นไทยให้ด้วย เพราะผู้ถามไม่ได้ฟังมานานแล้ว

[54:38] เป็นการอธิษฐานสัจจะวาจาขององคุลีมาลตั้งแต่เกิดมาในอริยชาตินั้นไม่เคยตั้งใจหรือเจตนาจะพรากสัตว์ใดๆจากชีวิตเลย เป็นบทสวดอย่างย่อที่จะสวดพร้อมกับบทสวด "โพชฌังคปริตร" โดยมีวัตถุประสงค์ให้ครอบครัวที่เพิ่งแต่งงานกันแล้ว เมื่อมีบุตรจะทำให้คลอดออกง่าย