ภิกษุแม้นั้น  ก็ย่อมรู้ชัดแจ้งซึ่งนิพพาน โดยความเป็นนิพพาน; เมื่อรู้ชัดแจ้งซึ่งนิพพาน โดยสักแต่ว่าเป็นนิพพานแล้ว, ย่อมไม่เป็นผู้หมายมั่นซึ่งนิพพาน ; ไม่หมายมั่นในนิพพาน; ไม่หมายมั่นโดยความเป็นนิพพาน ; ไม่หมายมั่นว่า "นิพพานเป็นของเรา" ดังนี้; จึงไม่เป็นผู้เพลิดเพลินซึ่งนิพพาน. ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า? เราขอตอบว่า “เพราะว่านิพพานเป็นสิ่งที่ภิกษุผู้อรหันต์ขีณาสพนั้นได้รู้รอบแล้ว” ดังนี้แล.

 

อตัมมยตา (หรือ “อตัมมโย” หรือ "อตัมมัย") เป็นคุณศัพท์และเป็นคำนิเสธของคำว่า "ตมฺมโย" ซึ่งแปลว่า ภาวะที่ไม่เนื่องด้วยสิ่งนั้น ความไม่เกาะเกี่ยวกับมัน หรือความเป็นอิสระ ไม่ติดไม่ข้องไม่ค้างใจกับสิ่งใดๆ ไม่มีอะไรยึดถือผูกพัน ที่จะได้จะมีจะเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด ได้แก่ ความปลอดพ้นปราศจากตัณหา(รวมทั้งมานะ และ ทิฏฐิที่เนื่องกันอยู่) ภาวะไร้ตัณหา

พระพุทธเจ้าทรงตรัสแสดงไว้ใน 4 พระสูตร และมาในคำอธิบายของพระสารีบุตรในคัมภีร์มหานิทเทสอีก 1 แห่ง พระพุทธพจน์และคำอธิบายดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ศึกษาเข้าใจ ความประณีตแห่งธรรมที่ปัญญา อันรู้จำแนกแยกแยะจะมองเห็นความยิ่งความหย่อน และความเหมาะควรพอดี ถูกผิดขั้นตอนหรือไม่ เป็นต้น ในการปฏิบัติโดยเฉพาะการปฏิบัติต่อการปฏิบัติของตน เช่น ท่านกล่าวว่า "สำหรับอกุศลธรรม เราควรสลัดละ แต่สำหรับกุศลธรรมทั้งสามภูมิ เราควรมีอตัมมยตา(ความไม่ติดยึด)"

Time index

[06:07] จากพุทธพจน์ที่ว่า “ตถาตตมีธรรมที่ผ่องแผ้วนั่นแหละเป็นหนทาง(ปถ), มีธรรมอันผ่องแผ้วนั่นแหละเป็นที่เที่ยว(โคจร); แต่ว่าตถาคตมิได้เป็น ตมฺมโย(ผู้ที่ธรรมอันผ่องแผ้วนั้นสร้างขึ้น) ด้วยเหตุนั้น” ต้องการทราบว่า คำว่า "ตมฺมโย" คือพระพุทธเจ้าไม่ได้เกิดจากธรรมอันผ่องแผ้วนั้น แต่ธรรมนั้นผุดขึ้นมาจากใจของท่าน จึงชื่อว่ามิได้เป็น ตมฺมโย ควรทำเข้าใจอย่างไรจึงจะถูกต้อง

[08:52] อตัมมยตา แปลว่า ภาวะที่ไม่เนื่องด้วยสิ่งนั้น ความไม่เกาะเกี่ยวกับมัน หรือความเป็นอิสระ ไม่ติดไม่ข้องไม่ค้างใจกับสิ่งใดๆ ไม่มีอะไรยึดถือผูกพัน ที่จะได้จะมีจะเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด

[13:57] เมื่อเราหมดศรัทธากับครูบาอาจารย์ เพราะตอนแรกกับตอนหลังพฤติกรรมเขาเปลี่ยนไป แล้วเราควรทำอย่างไร

[14:55] โทษของศรัทธา อ้างอิงจาก "ปุคคลปสาทสูตร"

[25:57] รักษาศรัทธาให้ได้ โดยต้องมีศรัทธาด้วยตนเองอย่างลงมั่นไม่หวั่นไหวแบบโสดาปัตติผล เพราะศรัทธาเป็นสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นด้วยตัวของเราเอง และทำให้เจริญเพื่อผลิตผลที่ดีในภายภาคหน้า อนึ่งศรัทธาเป็นธรรมที่มีทุกข์เข้าไปตั้งอาศัย ดังนั้นศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะมีทุกข์นั่นเอง และต้องมีอินทรีย์อันแก่กล้าซึ่งก็คือ ปัญญา ต้องค่อยๆปลูกฝังให้เกิดขึ้นและมากขึ้น

[30:48] เมื่อผู้ใดบรรลุอรหัตผลแล้ว ควรจะสละเพศฆราวาสและบวชเป็นพระภิกษุหรือภิกษุณีภายในวันนั้นหรือไม่เกิน 7 วัน มิฉะนั้นแล้วท่านจะนิพพาน เนื่องจากเพศคฤหัสถ์ไม่เหมาะสมที่จะรองรับความเป็นพระอรหันต์ได้ คำกล่าวเช่นนี้เป็นจริงหรือไม่

[42:39] การทำบุญในรูปแบบต่างๆ ซึ่งต้องทำประกอบกันไปทั้งสามรูปแบบอย่างสมดุล ทั้งนี้การภาวนาคือ การทำบุญสูงสุด เพราะทานที่ทำไว้ดีนั่นคือจิตตั้งไว้ดี ศึลที่ตั้งไว้ดีนั่นคือจิตที่ตั้งไว้ดี และภาวนาที่ตั้งไว้ดีก็เพราะได้จิตที่ตั้งไว้ดีเช่นกัน

[54:54] คนที่มีลูกคือ คนที่ไม่ต้องการไปนิพพานใช่หรือไม่