"คนที่มีราคะ โทสะ โมหะมาก เมื่อถูกเบียดเบียนด้วยกิเลส มันทำให้เห็นทุกข์ได้ชัดเจน พระพุทธเจ้าจึงเอาประโยชน์ในข้อนี้…คุณรู้สึกเครียด คุณรู้สึกโกรธ ให้คุณเห็นความไม่ดีตรงจุดนี้ นี่คือ ทุกขาปฏิปทา ในขณะที่คนที่มีราคะ โทสะ โมหะเบาบาง จิตเขาจะไม่ค่อยได้ถูกเบียดเบียนด้วยกิเลส เมื่อมีผัสสะมากระทบก็สามารถสงบนิ่งได้ ทำให้สามารถเข้าสมาธิได้ง่าย นี่คือ สุขาปฏิปทา แต่ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติแบบไหนก็ตาม จุดประสงค์ก็คือ ให้เกิดการปล่อยวางให้ได้"

ความสำคัญของการรับรองความเป็นพระคือ การมีศีลเป็นสิ่งที่จะต้องปฏิบัติ โดยหลังบวชจะเป็นหน้าที่ของพระอุปัชฌาย์หรือพระอาจารย์ที่จะต้องให้นิสสัย 4 (ข้อที่ควรปฏิบัติ) และอกรณียกิจ 4 (ข้อที่ไม่ควรปฏิบัติ) โดยมีรายละเอียดดังนี้

นิสสัย 4 หมายถึง ปัจจัยเป็นเครื่องอาศัยที่จำเป็นสำหรับผู้บวช ได้แก่

บิณฑบาตรเป็นวัตร คือกิจที่จะต้องบิณฑบาตรเพื่อโปรดสัตว์และแสวงหาอาหาร

นุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร คือการนุ่งห่มผ้าบังสุกุลจีวรโดยปริมณฑล คือ เรียบร้อย อาจจะเป็นผ้าเปื้อนฝุ่นหรือเป็นผ้าที่มีผู้ศรัทธาถวายก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน

อยู่โคนต้นไม้เป็นวัตร คือเป็นผู้ออกจากเรือนไม่มีเรือนอยู่ จึงอยู่ป่าอาศัยโคนต้นไม้

ใช้ยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า คือเป็นผู้สละเรือนแม้เจ็บไข้อาพาธต้องใช้สมุนไพรเป็นยา หรือหมักดองสมุนไพรเพื่อรักษาตนเอง

อกรณียกิจ 4 หมายถึง กิจที่พระภิกษุสงฆ์ไม่พึงกระทำ หากกระทำลงไปถือว่าขาดจากความเป็นพระทันที ได้แก่

การปาณาติบาต คือการฆ่าสัตว์ หรือทำชีวิตของสัตว์อื่นให้ลำบากหรือล่วงไป

การลักทรัพย์ คือการลักขโมย หรือถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้

การเสพเมถุนธรรม

การอวดอุตริมนุษย์ธรรม คืออวดคุณวิเศษอันไม่มีในตน

กิจวัตรพื้นฐานของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เป็นกิจใหญ่ควรที่ภิกษุจะต้องศึกษาให้ทราบความชัดและจำไว้เพื่อปฏิบัติสมควรแก่สมณสารูปแห่งตน ประกอบด้วยกิจวัตรทั้งหมด 10 ประการดังนี้

ลงอุโบสถ (การประชุมฟังสวดพระปาติโมกข์ทุกกึ่งเดือน)

บิณฑบาตเลี้ยงชีพ

สวดมนต์ไหว้พระ 

กวาดอาวาสวิหารลานพระเจดีย์ 

รักษาผ้าครอง (การใช้เครื่องนุ่งห่มหนึ่งชุด ดูแลให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ)

อยู่ปริวาสกรรม

โกนผม ปลงหนวด ตัดเล็บ

ศึกษาสิกขาบทและปฏิบัติพระอาจารย์

เทศนาบัติ (ปลงอาบัติ เป็นกิจวัตรประจำวัน)

พิจารณาปัจจเวกขณะทั้ง 4 (การใช้สอยปัจจัยอย่างมีสติ)

การลาสิกขาที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย (ไม่ใช่ "ลาสิกขาบท") หมายถึง การลาจากเพศสมณะของภิกษุ เพราะภิกษุนั้นมีสิกขาหรือข้อที่พึงศึกษาอยู่คือศีล สมาธิ ปัญญา เมื่อต้องการจะบอกคืนหรือบอกลาข้อที่ศึกษานั้นโดยจะไม่ศึกษาต่อไปจึงเรียกว่า ลาสิกขา ซึ่งต้องมีเจตนาทั้งทางกาย (การเลื่อนผ้าสังฆาฏิ) วาจา(การกล่าววาจาลาสิกขา) และใจ(มีความตั้งจิตในการลาสิกขาเพื่อต้องการไปทำกิจอื่น) อีกทั้งต้องมีพระภิกษุที่รู้ในธรรมวินัยเป็นพยานในพิธีลาสิกขาด้วยอย่างน้อย 1 รูป ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

ตาย

กล่าวคำลาสิกขา

ผิดศีลข้ออาบัติปาราชิก

Time index

[03:36] พระภิกษุในธรรมวินัย มีหลักปฏิบัติของภิกษุในปัจจุบันนี้ ควรปฏิบัติตัวอย่างไรให้ถูกต้องอย่างไรบ้างจึงจะเหมาะสมที่สุด

[23:00] ในการลาสิกขาของพระ

[36:12] เพศที่ 3 บวชเป็นพระได้หรือไม่

[41:14] วิธีเจริญอนิจจสัญญาในชีวิตประจำวันแบบง่าย ๆ

[52:49] กำหนดการจัดรายการสดที่ สวท. โดยจะมีการออกอากาศในวันที่ 25 - 26 มกราคม 2563 (เวลา 5:00 น. - 6:00 น.)  ซึ่งจะมีการแจกสื่อธรรมะต่างๆผ่านทางรายการด้วยเช่นกัน