คนเราเปลี่ยนแปลงได้ไม่จำเป็นต้องเหมือนเดิม เปลี่ยนแปลงได้ หมายความว่ามันเป็นเรื่องราวมาอยู่แล้ว มันเป็นการตั้งจิตมาอยู่แล้ว เราก็เปลี่ยนแปลงตั้งจิตใหม่ จากการที่จะเพ่งไว้อยู่กับความสบายอยู่กับความลำบาก อยู่กับเรื่องราวสิ่งต่างๆ ไม่เอาเรามาเพ่งจิตตั้งไว้อยู่กับมรรค 8จิตของเราตั้งอยู่กับมรรค 8คือมีสามัญญผลตั้งอยู่กับผลที่เป็นสามัญญลักษณะที่มันจะเกิดขึ้นตามกระบวนการของมรรค จิตเราจะมีกำลังขึ้นมาทันทีจิตของเรามันดีอย่างหนึ่งมันตั้งไว้ตรงไหน สิ่งนั้นมันจะมีพลัง จิตของเรามันดีอย่างหนึ่ง ถ้ามันไม่ตั้งไว้อยู่ตรงไหนสิ่งนั้นมันก็ไม่มีพลัง เราเลือกที่จะมาตั้งไว้ถูกที่ ความเลือกได้นั้น คือ สติ เลือกตั้งได้ถูกที่ตามมรรค 8แล้ว นั่นจะเป็นหนทางเครื่องที่จะส่งให้ถึงทางความดับไม่เหลือของทุกข์ได้นั่นเอง

วันนี้ฝากไว้ 8ข้อ เรื่องของวัตถุที่สามารถจะเป็นที่ตั้งแห่งความเกียจคร้านก็ได้ ที่สามารถจะเป็นที่ตั้งที่จะปรารภความเพียรก็ได้ ฟังเข้าใจแล้วจะเป็นที่ตั้งให้เราสามารถทำตนอยู่ในมรรคได้แน่นอน

Time Index

[00:22]ปฏิบัติ อานาปานสติ

[15:14] ท่านเปรียบไว้เหมือนกับในที่มืดสนิทแต่ว่ามีคนจุดประทีปโคมไฟเอาไว้ คนมีตาก็จะเห็นช่องทางได้

[17:39] เริ่มเรื่องความเพียร/ความขี้เกียจหัวข้อที่จะมาพูดถึงกันในวันนี้คือทำไมบางคนสามารถมีความอดทนหนักแน่นเข้มแข็งปรารภความเพียรได้อย่างไม่ย่อหย่อนส่วนอีกคนหนึ่งก็ขี้เกียจไม่เอาอะไร

[19:41] พระสูตรกุสีตวัตถุสูตร และอารัพภวัตถุสูตรที่ตั้งแห่งความเกียจคร้านกับที่ตั้งแห่งการปรารภความเพียร

[35:41]อธิบายพระสูตร เปรียบเทียบกันระหว่างคนที่มีที่ตั้งแห่งความเกียจคร้านกับคนที่มีที่ตั้งแห่งการปรารภความเพียรในวาระเดียวกัน มี 8 ข้อ 8อย่างเหมือนกัน แต่ให้เกิดผลคนละอย่าง แตกต่างกันคนละขั้ว และการปรารภความเพียรจะต้องมีจิตตั้งไว้จดจ่อกับมรรค 8

[50:53]เหตุของการตั้งความเพียรได้ เพราะ มีการเพ่งจิตไว้ถูกต้อง

[53:24] ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบ นกมูลไถ ช้างฉัททันต์ และ ม้าอาชาไนย

[1:00:51] สรุป


อ่าน “กุสีตวัตถุสูตร และ อารัพภวัตถุสูตร” พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต