หากคิดใคร่ครวญด้วยปัญญาชัดเจนโดยชอบตามวิญญูชนแล้ว จะพบว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งในโลกนี้ที่เมื่อเรายึดถือแล้ว จะเป็นผู้หาโทษไม่ได้" นั้นไม่มี นั่นหมายถึงว่า ไม่มีสิ่งใดในเลยในโลกนี้ที่เป็น "อัตตา ตัวตน" ในทางตรงกันข้ามกัน เป็น "อนัตตา" เพราะต้องอาศัยสิ่งอื่น ปรุงแต่ง และทำให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสัจจะความจริงที่เราต้องเข้าใจว่า ไม่ควรยึดถือว่าเป็นตัวเรา ของเรา

รูปแบบใหม่ในการนำเสนอรายการ "ธรรมะรับอรุณ" ได้มีการปรับแต่งให้เหมาะสมและเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นกับกลุ่มผู้ฟัง เพื่อการเลือกฟังที่ตรงตามวัตถุประสงค์ ความต้องการ และจริตในการรับฟัง โดยมีรายละเอียดดังนี้

วันจันทร์ : ชื่อรายการ "สมการชีวิต" (ใช้รหัส "1u") เน้นไปในเรื่องของเหตุการณ์ประจำวัน เรื่องเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว การทำงาน เริ่มจากผัสสะที่เข้ามากระทบแล้วสอดแทรกด้วยเรื่องราวของธรรมะ เพื่อที่จะสามารถรับมือกับผัสสะนั้นๆได้เป็นอย่างดี

วันอังคาร : ชื่อรายการ "เข้าใจ[ธรรม]ทำ" (ใช้รหัส "2m") เน้นไปในเรื่องของการปฏิบัติที่เป็นรูปแบบ นั่งสมาธิตาม ตั้งสติ เพ่งจิตจดจ่อกับธรรมะ

วันพุธ : ชื่อรายการ "ใต้ร่มโพธิบท" (ใช้รหัส "3d") เน้นไปในเรื่องของแม่บท หมวดหัวข้อธรรมะอย่างเจาะลึกลงรายละเอียด เชื่อมกับพระสูตรอย่างไร และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตประจำวันได้

วันพฤหัสบดี : ชื่อรายการ "คลังพระสูตร" (ใช้รหัส "4s") เน้นไปในเรื่องของการอ่านพระสูตรต่างๆ บทพยัญชนะของพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกที่มีความลึกซึ้ง แยบคาย และงดงาม

วันศุกร์ : ชื่อรายการ "นิทานพรรณนา" (ใช้รหัส "5p") เน้นไปในเรื่องของนิทานธรรมบท นิทานชาดก เรื่องเล่าต่างๆ เป็นส่วนอ่านเพิ่มเติมเพื่อทำให้ความรู้ทางธรรมะกว้างขวางยิ่งขึ้น

วันเสาร์ : ชื่อรายการ "ขุดเพชรในพระไตรปิฎก" (ใช้รหัส "6t") เน้นไปในเรื่องของการศึกษาพระไตรปิฎกอย่างละเอียด

วันอาทิตย์ : ชื่อรายการ "ตามใจท่าน" (ใช้รหัส "7q") เน้นไปในเรื่องของปกิณกะธรรม และคำถามต่างๆจากผู้ฟัง

 

Time index

[05:46] ผู้ถามมีข้อสงสัยเกี่ยวกับว่า จะสามารถดูวันที่ออกอากาศของแต่ละ Episode ได้จากตรงไหน เช่น ถ้าอยากกลับไปฟังรายการของวันอังคารที่ 10 กันยายน จะสังเกตหรือดูได้จากตรงไหน

[06:24] รูปแบบใหม่โดยละเอียดในการนำเสนอรายการ "ธรรมะรับอรุณ"

[28:28] วรรคที่กล่าวถึง "ฆราวาสธรรม" ชุดที่ (1) สัจจะ ธรรมะ ธิติ จาคะ กับ ชุดที่ (2) สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้คำไม่เหมือนกัน

[30:45] เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับฉันทลักษณ์ ซึ่งเป็นข้อกำหนด ระเบียบถ้อยคำที่ทำให้เกิดความลงรับ คล้องจองกันของคำอ่าน เพื่อให้เกิดความไพเราะ ความสวยงามทางด้านภาษา แต่มีความหมายที่ไม่แตกต่างกัน

[35:02] อ่านพระสูตรกสิภารทวาชสูตร แล้วไม่เข้าใจว่าทำไมพระพุทธเจ้าจึงไม่รับข้าวปายาสของพราหมณ์ที่เขาถวายหลังพระองค์ตอบเรื่องแอกและไถ ในเมื่อพราหมณ์ก็ถวายด้วยความเคารพ และข้าวนี้ก็ไม่มีใครทานได้นอกจากพระองค์และสาวก เพราะเหตุใดจึงให้เททิ้ง ในบางที่มีคนว่าพระองค์ยังคงไปโปรดซ้ำ ไปบิณฑบาตได้เลย

[38:07] เพราะพระพุทธเจ้า ไม่ทรงรับอาหารหรืออามิสทานที่เกิดจากการกระทำที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง หรือเป็นมิจฉาทิฏฐิ

[41:04] ทุกสิ่งอย่างทั้งหมดในโลกนี้ มีอะไรที่เป็นอัตตาหรือไม่ ถ้ามีสิ่งนั้นคืออะไร

[42:55] ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่เป็นอัตตาตัวตน

[50:27] ผู้ถามเป็นลูกศิษย์วัดป่าดอนหายโศกมาหลายปีแล้ว เกือบ 6 - 7 ปี มีการปฏิบัติธรรมอยู่เป็นประจำ บางครั้งก็สามารถปฏิบัติได้ แต่บางครั้งก็ปฏิบัติไม่ได้ และมีการไปเข้าคอร์สหลีกเร้นที่วัดป่าดอนหายโศกอยู่ทุกๆ ปี มีบางเรื่องที่พยายามฝึกอยู่แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านจุดนี้ไปได้สักครั้ง จึงต้องการทราบวิธีแก้ไขและข้อปฏิบัติเพื่อให้กำลังของกามราคะลดลง เพราะเมื่อเห็นเพศตรงข้ามแล้วกามราคะเกิดขื้น (ผู้ถามพยายามฝึกปฏิบัติมาตลอด แต่ก็พลาดท่าทุกครั้งและรู้สึกว่ากำลังของกิเลสกามราคะแรงมาก ไม่สามารถเอาชนะได้แม้แต่ครั้งเดียว)

[53:24] ราคะ โทสะ โมหะ เป็นอุปกิเลสของจิต สามารถครอบงำจิตได้เป็นครั้งคราว หากเราปฏิบัติฌานสมาธิให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไป เห็นคุณของเนกขัมมะและฌานสมาธิ แต่เห็นโทษที่เกิดจากกาม จะสามารถละได้เด็ดขาด กิเลสจะไม่มีทางกลับกำเริบได้ ทั้งยังสามารถออกบวชได้ หลีกออกจากกามได้ และมีปิติสุขภายในได้เช่นกัน