“ทุกอย่างเป็นงานเป็นสิ่งที่ต้องใส่ความเพียรเข้าไป”ทุกคนต้องมีงานทำทุกช่วงชีวิตเพราะการทำงานคือการทำความเพียรคนไม่มีความเพียรชีวิตตั้งอยู่ไม่ได้เหมือนไฟต้องมีเชื้อมีเปลวมีความร้อนประกอบกันไม่มีการงานเหมือนหมดไฟชีวิตเหมือนไม่มีค่ามีงานไม่มีพลังถือว่าตกงานแล้ว

ศรัทธาแล้วจะมีความเพียรศรัทธาต้องประกอบด้วยปัญญาถ้าไม่มีปัญญาจะเป็น“นิวรณ์”เครื่องทำปัญญาให้ถอยกำลังและเมื่อลงมือทำด้วยกายวาจาใจกระทำลงไปในธรรมเครื่องปรุงแต่งทำจริงแน่วแน่จริงสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือสมาธิ

อินทรีย์5พละ5ศรัทธาวิริยะสติสมาธิปัญญาสติเป็นสติสัมโพชฌงค์สมาธิคือสมถะวิปัสสนาความเพียรคือสัมมปธาน4สติปัฏฐาน4โพธิปักขิยธรรม37ก็อยู่ในนี้ธรรมะอื่นๆ ทุกอย่างค่อยแทรกซึมมากระจายออกไปชีวิตดำรงอยู่ด้วยธรรมะในการงานที่กระทำวันนี้ทันทีจะอยู่วัดไม่ไปวัดทำได้กายวาจาใจได้รับการรักษาทำงานนั้นคือการภาวนาการพัฒนาจิตของเราไปด้วย

Time Index

[06:46] เริ่มประเด็นการงาน ไม่ว่าจะเอกชนส่วนตัวราชการ ออฟฟิศ ไร่นา ดูแลพ่อแม่ แม่บ้านดูแลลูกสามี ดูแลคนป่วย ต่อสู้กับโรคร้าย เรียนหนังสือ แม้แต่หมดไฟในการทำงาน รวมถึงไม่มีงานทำ

[10:44] หนึ่ง ต้องมีงานทำ ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง เพื่อตั้งความเพียร พลัง ในธรรมเครื่องปรุงแต่ง

[22:18] สอง ศรัทธา / ปัญญา ป้องกันกับดักของความอยากที่แฝงมา แยกแยะกุศลกับอกุศล

[38:02] สาม สมาธิ เมื่อลงมือทำ ด้วยกายวาจาใจ ทำจริงแน่วแน่จริง จิตเพ่งเฉพาะการงานนั้น ๆ ได้ จะเห็นโอกาสในการพัฒนา

[47:56] พละ 5 คือ ศรัทธา วิริยะ สมาธิ ปัญญา ควบคุมด้วยสติ เป็นพลังเป็นกำลัง

[50:51] สรุป