พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน "ขตสูตร"เปรียบเทียบในสองนัยยะ ถึงคุณสมบัติและการประกอบด้วยธรรมของบุคคล 2 กลุ่มไว้ในเรื่องของการสรรเสริญ การติเตียนและความเลื่อมใส และในเรื่องของการประพฤติปฏิบัติต่อบุคคล 4 ซึ่งเป็นผู้มีอุปการะต่อเรา

โดยกลุ่มหนึ่งเป็นคนพาล ไม่ฉลาดเฉียบแหลม ไม่รู้จักคุ้มครองรักษาตน หาโทษใส่ตัว มีบาปกรรม ถูกเขาติเติยนได้จึงเป็นบุคคลผู้หาโทษ และประสบสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นบัณฑิตฉลาดเฉียบแหลม รู้จักคุ้มครองรักษาตน สร้างบุญ ทำประโยชน์ ทำสิ่งที่ไม่เกิดโทษแก่ตนจึงเป็นบุคคลผู้หาโทษมิได้และประสบสิ่งที่เป็นบุญเป็นอันมาก

Time Index

[00:46] เริ่มปฏิบัติ ด้วยการมาระลึกถึง สัมมาสัมพุทโธ ในคุณข้อ พุทโธ

[15:16] ในการทำความเข้าใจในธรรมเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จิตต้องเพ่งจดจ่อเอาไว้ ทำจิตใจให้มีสมาธิ มีกำลังจิตสูงจึงจะสามารถเข้าใจไปในทางที่ถูกได้

[17:24]เกริ่น สืบเนื่องจาก ช่วงเข้าใจทำเรื่อง การเห็นแจ้งธรรมปัจจุบันด้วยสติ

[19:27] พระสูตรภัทเทกรัตตสูตรว่าด้วย ผู้มีราตรีเดียวเจริญ บาลี/ไทย

[23:40] อธิบาย อดีต / อนาคตคนที่ไม่ได้มีมรรคผลเป็นแก่นสารจิตใจไม่สงบ คนที่จิตใจตั้งมั่น พวกนี้มีมรรคผลเป็นแก่นสาร

[29:57] ปัจจุบัน ต้องยอมรับสิ่งที่เราต้องยอมรับด้วยความกล้าด้วยความจริงนั้นคือเรามีเห็นอยู่ได้เฉพาะสิ่งที่เป็นปัจจุบันเท่านั้นที่เหลือเป็นแค่ภาพลวงตา

[34:04] เห็นแจ้งปัจจุบันด้วย ปัญญา สติบุคคลเห็นแจ้งธรรมปัจจุบันจะเห็นแจ้งธรรมปัจจุบันลักษณะนี้ได้ด้วยความเป็นของไม่เที่ยงเกิดขึ้นและดับไปได้

[40:55] มหาเสเน น มัจจุนา

[42:40] เจริญเนือง ๆ ต่อเนื่องต้องทำให้เนืองๆทำให้มีความปรุโปร่ง

[45:26] Embrace it ทำตอนนี้สะสมกำลัง ความเพียร สติและปัญญา

[49:23] ความตายความตายในที่นี้หมายถึงสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปในทุกอย่างสิ่งนั้นหมายถึง ความดับ นั่นเอง

[52:27] ปัญญา ราตรีเดียวปัญญาเครื่องชำแลกกิเลส

[54:09] สรุป


อ่าน " ภัทเทกรัตตสูตร" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์

ฟัง "เห็นแจ้งธรรมปัจจุบันด้วยสติ" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2562