ร่างกายนี้ประกอบด้วยธาตุ 4 แต่ต่างจากธาตุ 4ที่อยู่ในธรรมชาติ คือ มีชีวิต และไม่มีชีวิต ที่มีชีวิตหมายถึงการที่รับรู้ได้ การได้อายตนะของสัตว์คือ ตา หูจมูก ลิ้น กายนั้น จึงเรียกว่า การเกิด มีชีวิตแล้วรับรู้ได้โดยมีใจเป็นที่แล่นไปสู่

ท่านพระสารีบุตรได้เปรียบเทียบ อายุหรือชีวิตอินทรีย์ อาศัย ไออุ่น(กรรมเก่า)ตั้งอยู่ ไว้กับเปลวไฟ ซึ่งเปลวไฟจะเกิดขึ้นอยู่ได้ ต้องอาศัยเหตุปัจจัย 3 อย่าง คือ ความร้อน ออกซิเจน และเชื้อเพลิง ที่พอเหมาะจึงเกิดขึ้นได้ และเกิดต่อเนื่องได้ ถ้าเหตุปัจจัยยังพอเหมาะอยู่ ถ้าความร้อนที่ผลิตจากเปลวไฟไม่มากพอ เปลวไฟนั้นจะอ่อนลง และดับไป

ที่มีตัวคนขึ้นมาได้ เพราะอาศัยไออุ่น คือกรรม การประกอบกันของธาตุ4 รวมกันเป็นชีวิตอินทรีย์ขึ้นมา และอาศัยวิญญาณมันจึงตั้งอยู่ได้ สิ่งที่เป็นเหตุให้เราสร้างกรรม เป็นตัวเชื่อม สืบเนื่องต่อไป เป็นปรากฏการณ์ chain reaction คือ กิเลส ตัณหา อวิชชา ความรู้สึกเป็นตัวตนของเราในขันธ์ 5 ถ้ามันมีเหตุปรุงแต่งต่อไป มีกรรมต่อไปอีก ปรุงแต่งต่อไป ก็เกิดใหม่อีก ได้อายตนะใหม่อีก ต่อไปและต่อไป ไฟนี้ไม่เคยดับเลย หมดชาตินี้แล้ว ก็มีชาติต่อไป ถ้ายังมีเหตุแห่งการเกิดอยู่

แต่ละอย่างเป็นอนัตตา อาศัยเหตุปัจจัยเกิดขึ้น สิ่งนั้นไม่เที่ยงเป็นทุกข์ สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรแล้วหรือ ที่เราจะไปยึดถือ ว่าสิ่งนั้นเป็นตัวเรา เป็นของเรา

Time Index

[00:55] เริ่มปฏิบัติสมาธิ ให้จิตตั้งอยู่ในกายนี้ พิจารณาไปในกายนี้ ตั้งแต่พื้นเท้าถึงศรีษะ

[14:43]เริ่มช่วง"ใต้ร่มโพธิบท"หัวข้อ"อาศัยกันและกัน แล้วจึงเกิดขึ้น"

อธิบายความแตกต่างของธาตุ 4 ในส่วนที่เป็นร่างกายและที่เป็น ภูเขา ต้นไม้ ดินหิน แม่น้ำ อากาศ

[17:58] อินทรีย์คือชีวิตอินทรีย์5อย่างคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย สามารถรับรู้ได้ และมีใจเป็นที่แล่นไปสู่

[21:12] อายุหรือชีวิตอินทรีย์ อาศัย ไออุ่น(กรรมเก่า)ตั้งอยู่...อธิบายจากแม่บท ซึ่งเป็นบทสนทนา ของท่านพระสารีบุตร และพระมหาโกฏฐิตะ ในหัวข้อ การสนทนาธรรม ทำให้เกิดสุข

[23:53] ท่านพระสารีบุตรเปรียบเทียบการตั้งอยู่ของชีวิตอินทรีย์ไว้กับเปลวไฟ เปลวไฟจะเกิดขึ้นอยู่ได้ ต้องมีเหตุปัจจัย คือ ความร้อน ออกซิเจน และเชื้อเพลิง ซึ่งต้องพอเหมาะพอสมจึงเกิดขึ้นได้ เป็นปฏิกิริยาห่วงโซ่ ที่เรียกว่า exothermicchain reaction ถ้าความร้อนที่ผลิตจากเปลวไฟไม่มากพอ เปลวไฟนั้นจะอ่อนลงและดับไป

[39:54] บทสนทนาระหว่าง ท่านพระกุมารกัสสปะและพระเจ้าปายาสิ เรื่อง อินทรีย์ ไออุ่น วิญญาณ เปรียบเทียบกับเหล็กร้อนซึ่งของที่ร้อนจะมี นน.เบากว่าของที่เย็น

[45:41] ท่านพระกุมารกัสสปะ เปรียบเทียบ อายุ ไออุ่น และวิญญาณ ประกอบขึ้นมาเป็นชีวิตได้ เหมือนกับคนเป่าสังข์ ซึ่งต้องอาศัย สังข์ คน และความพยายาม จึงมีเสียงสังข์ขึ้นมาได้

[49:51] สรุป ที่มีตัวคน เพราะอาศัยไออุ่นคือ กรรม การประกอบกันของธาตุ 4 รวมกันเป็นชีวิตอินทรีย์ขึ้นมา และอาศัยวิญญาณมันจึงตั้งอยู่ได้ และสิ่งที่ทำให้เราสร้างกรรม สืบต่อเนื่อง เป็น chain reaction ปรากฏการณ์ห่วงโซ่ คือ พวกกิเลส ตัณหาและอวิชชา ปรุงแต่งต่อไป และต่อไป