บางครั้งจิตเรามีการดิ้นรน พยศ ดื้อดึง โกรธเกลียด มึนงง หรือไม่ลง เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด อะไรที่ดีได้ให้ทำ ซึ่งแน่นอนบางครั้งอาจทำให้เกิดความลำบากขึ้นบ้าง แต่ในความลำบากที่เกิดขึ้นแล้วถ้ามีกุศลธรรมที่จะตั้งอยู่ได้ในความลำบากนั้นได้ อย่าเห็นเพียงความลำบากหรือความสบาย แต่ให้เห็นกับกุศลธรรมที่จะเกิดขึ้น จะเป็นการดีมาก ๆ กับการดำเนินชีวิต

เรารู้ตัวเราเองดีว่ามีจุดอ่อนที่ใด มีปัญหาที่ไหนให้แก้ที่จุดนั้น เราต้องแก้ไขได้แน่นอนด้วยกำลังของตนเอง ด้วยความเพียรของตนเอง เพื่อสร้างอุปนิสัยใหม่ที่จะให้เราดำเนินมาอยู่ในทางอริยมรรคมีองค์แปดอย่างเป็นปกติได้

Time index

[02:08] เนื่องในช่วงเข้าพรรษากาล จึงขอเชิญชวนให้ผู้ฟังทุกท่านปรารภความเพียรในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับกำลังความเพียรของตนเองด้วยการลงมือทำทันที ทำอย่างเป็นปกติ ซึ่งการปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์แปดนั้น บางครั้งอาจทำให้เกิดความลำบากขึ้นบ้าง แต่ให้เรามุ่งเน้นไปยังกุศลธรรมที่จะเกิดขึ้นจากการตั้งอยู่ในความลำบากนั้นได้

[10:13] จากการฟังธรรมเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2562 แล้วเกิดคำถามเกี่ยวกับ "อายตนะภายในและภายนอกที่แยกจากกัน แต่จะถูกยึดโยงด้วยความรักใคร่พอใจ" การที่จะละความรักใคร่พอใจออกได้คือ การรักษาอินทรีย์ใช่หรือไม่

[14:37] วิธีป้องกันทั้ง 6 ที่จะไม่ให้กิเลส ตัณหา และอวิชชาคืบคลานไปคือ ด้วยการสังวรณ์ (อินทรีย์) ด้วยการเสพ ด้วยการอดกลั้น ด้วยการงดเว้น ด้วยการบรรเทา และด้วยการภาวนา

[22:28] คำถามเกี่ยวกับ ผู้ถามมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งมีอายุมากแล้ว เขากินเบียร์เล่นหวยแต่ผู้ถามไม่กินไม่เล่นไม่เที่ยว เขาไม่มีเงินเก็บเป็นหนี้ซึ่งผู้ถามก็ช่วยเหลีอเขาหลายครั้ง เตือนเขาก็แล้ว เขาก็ยังเหมือนเดิม อีกทั้งผู้ถามต้องมาคอยเป็นที่รองรับอารมณ์เขาอีก ผู้ถามคิดถูกหรือไม่ที่เป็นผู้ถอยห่างออกมาเพราะไม่อยากจะยุ่งกับเขาอีก ทั้งๆที่รู้จักกันมาได้ปีกว่าแต่ผู้ถามไม่รู้สึกเสียใจหรือเสียดายเลย เพราะคิดว่าตนเองได้ทำดีที่สุดแล้ว ได้ชว่ยเหลือเขาให้พ้นจากหนี้สินที่เขาต้องทนทุกข์มานานและที่เหลือเขาต้องช่วยตัวเขาเอง กรรมใครกรรมมัน อะไรที่ทำให้ทุกข์ใจจึงควรเดินออกมา ไม่ต้องทน ขออยู่กับศีลกับธรรมสบายใจกว่า

[24:41] จากพุทธพจน์ที่ว่า "อย่าเห็นแก่สั้น อย่าเห็นแก่ยาว เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร แต่ระงับด้วยการไม่จองเวร" ซึ่งคำว่า "อย่าเห็นแก่สั้น" หมายถึง อย่าแตกร้าวจากมิตรให้เร็วนัก และคำว่า "อย่าเห็นแก่ยาว" หมายถึง อย่าจองเวรให้ยืดเยื้อนัก

[26:28] ตั้งสติไว้ให้ดีอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้จิตใจดำริไปในทางกาม ไม่คิดไปในทางที่ไม่ดี เพื่อไม่ให้เป็นกรรมกับตนเองเพิ่มขึ้น ให้เห็นตามความเป็นจริง เห็นถึงความไม่เที่ยง เพื่อที่จะเบื่อหน่าย คลายความกำหนัด และปล่อยวางได้

[31:04] คำถามเกี่ยวกับ อ้างอิงจาก นฬกลาปิยสูตร [264] ส่วนที่กล่าวดังนี้

พระสารีบุตร : ท่านโกฏฐิตะ นามรูปตนทำเองก็ไม่ใช่ ผู้อื่นทำให้ก็ไม่ใช่ ทั้งตนทำเองทั้งผู้อื่นทำให้ก็ไม่ใช่ นามรูปบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยตนไม่ได้ทำเอง ผู้อื่นไม่ได้ทำให้ ก็ไม่ใช่ แต่เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป ฯ

พระโกฏฐิตะ : ท่านสารีบุตร วิญญาณตนทำเอง ผู้อื่นทำให้ ทั้งตนทำเองทั้งผู้อื่นทำให้ หรือว่าวิญญาณบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยตนไม่ได้ทำเอง ผู้อื่นไม่ได้ทำให้ ฯ

เมื่อเพิ่มสังขารและอวิชชาเข้าไป สามารถเขียนแทรกเพิ่มดังนี้ได้หรือไม่

พระสารีบุตร : ท่านโกฏฐิตะ วิญญาณตนทำเองก็ไม่ใช่ ผู้อื่นทำให้ก็ไม่ใช่ ทั้งตนทำเองทั้งผู้อื่นทำให้ก็ไม่ใช่ วิญญาณบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยตนไม่ได้ทำเอง ผู้อื่นไม่ได้ทำให้ ก็ไม่ใช่ แต่เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ ฯ

พระโกฏฐิตะ : ท่านสารีบุตร สังขารตนทำเอง ผู้อื่นทำให้ ทั้งตนทำเองทั้งผู้อื่นทำให้ หรือว่าสังขารบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยตนไม่ได้ทำเอง ผู้อื่นไม่ได้ทำให้ ฯ

พระสารีบุตร : ท่านโกฏฐิตะ สังขารตนทำเองก็ไม่ใช่ ผู้อื่นทำให้ก็ไม่ใช่ ทั้งตนทำเองทั้งผู้อื่นทำให้ก็ไม่ใช่ คสังขารบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยตนไม่ได้ทำเอง ผู้อื่นไม่ได้ทำให้ ก็ไม่ใช่ แต่เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร ฯ 

[37:44] คำถามเกี่ยวกับจิตสุดท้ายที่ว่า "แม้ตลอดชีวิตบุคคลบางคนจะทำความดีมาตลอด แต่จิตสุดท้ายมีมิจฉาทิฐิ (เป็นอกุศล) ผู้นั้นก็ไปอบายได้ แม้ตลอดชีวิตบุคคลบางคนจะทำความชั่วมาตลอด แต่จิตสุดท้ายมีสัมมาทิฐิ (เป็นกุศล) ผู้นั้นก็ไปสุคติได้" เมื่อเพิ่มความเสี่ยงและโอกาสเข้าไปแล้วเขียนใหม่ดังนี้ได้หรือไม่ "ตลอดชีวิตบุคคลที่ทำความดีมาตลอด มีความเสี่ยงต่ำที่จิตสุดท้ายมีมิจฉาทิฐิ (เป็นอกุศล) แล้วผู้นั้นก็ไปอบายได้ ตลอดชีวิตบุคคลที่ทำความชั่วมาตลอด มีโอกาสน้อยที่จิตสุดท้ายมีสัมมาทิฐิ (เป็นกุศล) แล้วผู้นั้นก็ไปสุคติได้"

[48:35] คำถามเกี่ยวกับเรื่องกฐิน ​ถ้าหากวัดมีพระจำพรรษา​ไม่ครบ ​5 รูป​ เมื่อถึงเวลาออกพรรษา​และมีการทอดกฐินที่วัด​โดยนิมนต์​พระจากวัดอื่นมาร่วมให้ครบ​ 5 รูป​ แล้วเจ้าอาวาสวัดเป็นผู้รับกฐิน​ จะถือว่าเป็นกฐินได้หรือไม่