คนที่มีเวทนาที่ได้จากการที่เคยเสพ มันยิ่งใหญ่มาก ทำให้เห็นทุกอย่างเป็นเรื่องเล็ก ความชั่ว ตกนรก ติดคุกติดตารางธรรมดา ความอยากมันใหญ่กว่า เพราะเวทนามันมาก ตัณหามันจึงมหาศาลท่วมทับถาถม

ถ้าอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จะเลิกได้ อันดับแรก ต้องมีความคิดจะเลิก ถ้าไม่คิด ใครก็เปลี่ยนตัวเราไม่ได้ ถ้าไม่ได้เสพไม่ได้ขาย แต่มีเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่เสพที่ขาย เราต้องช่วย รู้ว่าเขาประมาท หน้าที่ของเราต้องรักษามิตรผู้ประมาทแล้ว ต้องชี้โทษให้เห็น อย่าด่าอย่าว่า บางทีมันผลักดันให้เสพมากค้ามากขึ้น คนที่รักษากันจริง พระพุทธเจ้าเปรียบไว้เหมือนคนปั้นหม้อ มือหนึ่งต้องกดลงไป มือหนึ่งต้องพยุงไว้ ชี้โทษให้เห็น เรียกว่ารักกันจริง

Time Index

[03:32] อุปมาสัตว์ทะเลในมหาสมุทร เปรียบเทียบกับชีวิตของเราที่จะให้ไปมีความทุกข์นั้น มีปริมาณมาก

[07:27] ปัญหายาเสพติดแพร่ไปทั่วทุกแห่ง

[11:57] เบรค - พุทธภาษิต “แม้เสด็จดำเนินก็ชื่อว่าทรงหยุด” (อังคุลิมาลสูตรข้อ 525)

[14:22] ประเด็นแรกตัวยาเสพติด ที่รวมถึงสารเสพติด

[23:48] โทษของอบายมุขเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท (สิงคาลกสูตร)

[35:06] ประเด็นที่ 2 ผู้ค้าผู้ขาย เป็นหนึ่งในอาชีพที่ไม่ควรทำเพราะมีการเบียดเบียนเป็นวงกว้าง

[44:00] ประเด็นที่ 3 ถ้าเสพอยู่จะเลิกอย่างไร

[49:45] ความคิดที่ว่าจะเลิกจะไม่ทำ นิดเดียวมีไหม อยู่ตรงไหน หาให้เจอ เพ่งจิตจ่อลงไป นั่นคือกำลังใจของเรา

[53:33] ประเด็นที่ 4 มีคนเสพ เมื่อเขาประมาทต้องช่วยรักษา ด้วยการชี้โทษอย่าด่าอย่าว่า

[57:29] สรุปใน 4 ประเด็น คือ ตัวยาที่ทำให้เกิดเวทนาเกิดตัณหามาก ผู้ขาย ถ้ายังไม่ขายอย่าริทำ ปัญหาเรื่องการเงินให้หาทางแก้ทางอื่น ถ้าเป็นคนเสพต้องมีกำลังใจต้องสู้ และถ้ามีเพื่อนญาติมิตรเสพ ต้องช่วยกันให้กำลังใจ เราฟังธรรมะอยู่เป็นประจำ ให้เป็นที่พึ่งกันให้ได้


อ่าน “ปาณสูตรว่าด้วยอุปมาด้วยหลาวเสียบสัตว์” พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๑ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค

อ่าน “สิงคาลกสูตร” พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ทีฆนิกายปาฏิกวรรค