พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า “ปชานาติ” คือเป็นผู้รู้ตัวรอบคอบในการกิน การเคี้ยว การดื่ม การลิ้ม ถือเป็นผู้ที่มีสัมปชัญญะ สิ่งที่ควรทำคือ ให้รักษาสติต่อไปอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เกิดสมาธิขึ้น เห็นตามความเป็นจริงทุกอย่าง แจ่มแจ้งมากขึ้น เมื่อเกิดความชำนาญมากขึ้น จะทำให้มีความก้าวหน้าในสติ สมาธิ ปัญญาในที่สุด

Time index

[01:17] รูปแบบรายการใหม่ตลอดทั้งสัปดาห์และช่องทางในการติดต่อ

[09:13] คำถามเกี่ยวกับอานาปานสติ การตั้งสติระลึกถึงลมหายใจหมายถึง หายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้ ใช่หรือไม่

[14:54] คำถามเกี่ยวกับจิต สติ และลม ในสามวิธีต่อไปนี้เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร ตั้งสติระลึกถึงลมหายใจ, ตั้งจิตระลึกถึงลมหายใจ และใช้สติกำหนดลมหายใจ

[19:57] คำถามเกี่ยวกับอิริยาบทในการระลึกถึงลมหายใจ อยู่อิริยาบทใดก็สามารถทำได้ใช่หรือไม่ เช่น นั่ง ยืน เดิน วิ่ง เป็นต้น

[21:50] ส่วนอิริยาบทที่ดีที่สุดในการระลึกถึงลมหายใจคือ การนั่งขัดสมาธิใช่หรือไม่ อีกทั้งอิริยาบทที่ไม่ควรทำการระลึกถึงลมหายใจคือ ตอนขับรถเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้

[27:34] คำถามเกี่ยวกับการพิจารณาในขณะที่ระลึกถึงลมหายใจ ผู้ถามมีความเข้าใจว่ามี 2 ระดับคือ ระดับที่ยังไม่ได้สมาธิ และระดับที่ได้สมาธิ ดังนั้นในช่วงที่มีการระลึกถึงลมหายใจ แล้วทำการพิจารณาธรรมต่าง ๆ ไปพร้อมกัน เช่น พิจารณาความคิดนึก พิจารณาความตาย เป็นต้น ควรทำก็ต่อเมื่อได้ระลึกถึงลมหายใจไปถึงขั้นที่ได้สมาธิแล้วใช่หรือไม่

[30:07] สติ เป็นเครื่องมือที่ใช้กำจัดนิวรณ์ห้าออกไปจากจิตของเราได้ จนเกิดเป็นสมาธิขึ้น

[34:30] คำถามเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติธรรมสลับกันระหว่างวิปัสสนาและสมถะ ถ้าการระลึกถึงลมหายใจยังไม่ถึงในระดับที่ได้สมาธิ ยังอยู่ในสภาพล้มลุกคลุกคลานคือ การระลึกถึงลมหายใจได้บ้างไม่ได้บ้าง เช่น กำหนดว่าหายใจเข้าแล้วหายใจออก กล่าวคือในหนึ่งรอบลมหายใจเมื่อระลึกถึงลมหายใจไปได้สัก 3 รอบลมหายใจ แล้วหลุดไประลึกถึงเรื่องอื่นแทนสักพักหนึ่ง แล้วกลับมาระลึกถึงลมหายใจอีก 6 รอบลมหายใจ แล้วหลุดอีก ไประลึกถึงเรื่องอื่นแทน สลับไปมาดังนี้ การระลึกถึงลมหายใจที่อยู่ในสภาพล้มลุกคลุกคลานเช่นนี้ ไม่ควรใคร่ครวญ พิจารณาธรรมต่าง ๆ ใช่หรือไม่

[41:27] คำถามเกี่ยวกับสองวิธีการบรรเทาความโกรธ โดยใช้สติระลึกถึงลมหายใจและโดยการแผ่เมตตา ผู้ถามคิดว่าการระลึกถึงลมหายใจจะสะดวกกว่าการแผ่เมตตา เช่น ก่อนจะถูกด่าก็ใช้สติระลึกถึงลมหายใจรอไว้ก่อน เมื่อถูกด่ามาก็จะโกรธก็นับรอบลมหายใจไปเรื่อย ๆ (คือเวลาโกรธขึ้นมา เขาให้นับ 1,2,3 … ไปเรื่อย ๆ ในที่นี้เปลี่ยนไปใช้การนับรอบลมหายใจแทน) ในรอบแรก ๆ (เช่น 4 - 10 รอบ) ของลมหายใจนั้น ลมหายใจเข้าและออกจะสั้นและแรง จากนั้นลมหายใจก็จะค่อยยาวขึ้นและแรงน้อยลงในแต่ละรอบถัดจากนั้น ความโกรธค่อยน้อยลงตามความยาวและเบาลงของลมหายใจ

[52:05] เมตตาจิตคือสิ่งที่เป็นคนละขั้วกับความโกรธ สามารถยกระดับจิตใจผู้โกรธให้สูงขึ้นได้ ได้ชื่อว่ารักษาตนเองและรักษาผู้อื่นด้วย ทำให้เกิดประโยชน์ขึ้นทั้งสองฝ่าย

[56:00] การระลึกถึงลมหายใจในแต่ละรอบลมหายใจ แล้วรู้ว่านี้คือลมหายใจเข้า รู้ว่านี้คือลมหายใจออก รู้ว่านี้คือลมหายใจเข้าสั้น รู้ว่านี้คือลมหายใจเข้ายาว รู้ว่านี้คือลมหายใจออกสั้น รู้ว่านี้คือลมหายใจออกยาว รู้ว่าเช่นนี้จัดไว้ในสัญญาขันธ์ได้หรือไม่ ซึ่งสัญญาขันธ์เรื่องลมหายใจเช่นนี้ ถือว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปในแต่ละรอบลมหายใจที่สติมีการระลึกถึงใช่หรือไม่ รอบลมหายใจที่สติไม่ได้ระลึกถึงคือ สติหลุดแล้วสติไประลึกถึงเรื่องอื่นแทน สัญญาขันธ์เรื่องลมหายใจก็ไม่เกิดในรอบลมหายใจนั้น ใช่หรือไม่

[58:44] การระลึกถึงลมหายใจในแต่ละรอบลมหายใจ แล้วทำการพิจารณาธรรมต่าง ๆ ไปพร้อมกัน เช่น พิจารณาความคิดนึก พิจารณาความตาย เป็นต้น การพิจารณาธรรมต่าง ๆนี้จัดไว้ในสังขารขันธ์ใช่หรือไม่ สังขารขันธ์เรื่องพิจารณาธรรมต่าง ๆ ถือว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปในแต่ละรอบลมหายใจที่สติมีการระลึกถึงใช่หรือไม่ รอบลมหายใจที่สติไม่ได้ระลึกถึงคือ สติหลุด แล้วสติไประลึกถึงเรื่องอื่นแทน สังขารขันธ์เรื่องพิจารณาธรรมต่างก็ไม่เกิดในรอบลมหายใจนั้นใช่หรือไม่