ผู้ขอบ่อย ๆ ย่อมเป็นที่รังเกียจของผู้อื่นฉันใด ผู้ให้ก็ย่อมเป็นที่รักของผู้อื่นฉันนั้น ด้วยเหตุนี้ การให้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ ทำแล้ว ทำให้เกิดจิตใจดีขึ้นมาได้ ตั้งเป็นกุศลขึ้นมาได้

พระพุทธองค์ทรงจำแนกแจกแจง ในเรื่อง "ทาน" ไว้อย่างละเอียดว่าให้แล้วมีผลดี มีอานิสงส์อย่างไร วัตถุทานใดที่ควรให้บ้าง และควรทำจิตอย่างไรเมื่อให้ทาน เพื่อให้ได้ประโยชน์ ทั้งในโลกนี้ โลกหน้า และประโยชน์อย่างยิ่ง ก็คือ มรรค ผล นิพพาน นั่นเอง

Time Index

[00:14] เริ่มทำสมาธิปฏิบัติธรรมด้วยการตามระลึกถึง "จาคานุสสติ"

[09:45] หัวข้อเรื่อง "ทานคือการให้ และ จาคะคือการสละออก" สืบเนื่องจากเรื่องการให้ทานของพระเจ้าปายาสิ จาก ปายาสิราชัญญสูตร

[14:52]การใช้จ่ายทรัพย์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ใน อาทิยสูตร ที่ 1 ในอังคุตรนิกาย ปัญจกนิบาต

[20:18] เจตนาที่เป็นเหตุในการให้ทานนั้น แบ่งได้ 3 กาล คือ ก่อนให้, ระหว่างให้ และหลังให้

[22:15] วัตถุทาน คือ สิ่งของที่ให้ ได้แก่ ปัจจัย 4 ที่สมควรแก่บุคคลนั้นจะบริโภคได้ พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ ใน โภชนทานสูตร, กินททสูตร และ วนโรปสูตร

[26:30] ทานของสัตบุรุษ นัยยะที่ 1

[30:44] ทานของสัตบุรุษ นัยยะที่ 2

[39:27] แสดงรายละเอียดอานิสงส์ คือ ผลหรือวิบากของการให้ทาน มาใน ทักขิณาวิภังคสูตร

[46:46] ความบริสุทธิ์แห่งทักษิณา คือ ทานของผู้ให้และผู้รับ และอานิสงส์ของการให้ทาน มาใน ทานานิสังสสูตร

[51:49] อานิสงส์มากน้อยตามลำดับมาใน ทานสูตร อังคุตรนิกาย สัตตกนิบาต

[53:45] สรุป ทานให้ประโยชน์ทั้งในโลกนี้ โลกหน้า และประโยชน์อย่างยิ่ง คือ มรรค ผล นิพพาน


ฟัง ปายาสิราชัญญสูตร 3 ออกอากาศทาง FM 92.5 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560