ด้วยอำนาจของสติที่เราตั้งอยู่ในกายนี้ เห็นกายตามความเป็นจริงว่า กายนี้มีโทษมาก มีทุกข์มาก เห็นแล้วละความยึดถือในกายนี้เสีย วางความยึดถือในกายนี้เสีย ทิ้งความยึดถือในกายนี้เสีย กายที่มันเน่า กายที่มันมีโทษ ไม่ได้มีค่าแก่ความที่เราจะไปยึดถือไว้เลย ยึดถือไม่ได้ เห็นความจริงแค่นี้ ความยึดถือร่วงผล๊อยลงไปทันที อัตโนมัติเลย อัตโนมัติด้วยความจริงจากสติที่ตั้งไว้

คืบคลานไปด้วยอำนาจของสติ ด้วยอำนาจของมรรค เปิดช่องทางออก มีความทุกข์อยู่ทำให้วิชชาเกิดขึ้น อย่าโง่ มีความทุกข์อยู่อย่าให้อวิชชามันเกิด อย่าจมอยู่ในกองทุกข์นั้น มีความทุกข์อยู่แล้ว เปิดช่องให้วิชชาเกิดด้วยอริยมรรคมีองค์แปด เริ่มจากการที่ตั้งสติให้อยู่ในกาย

Time index

[02.02] เริ่มปฏิบัติ

[07.28] ฝึกสติโดยใช้ลมหายใจเป็นเครื่องมือ อานาปานสติ

[19.47] วิปัสสนา พิจารณาโทษในกาย อาทีนวสัญญา

[20.57] กายนี้มีทุกข์มาก มีโทษมาก...พุทธพจน์

[35.07] จิตนี้หลอกลวงปลิ้นปล้อนไม่จริงใจ เดี๋ยวยึดกายนี้แล้วก็ไปยึดกายอื่น รักษาจิตได้ด้วยสติ

[41.40] ตั้งสติได้ใช่ว่าละความยึดถือได้ จะละได้ก็ด้วยวิชชา

[47.40] ให้มาตามทางมรรค 8 มีนายทวารที่ฉลาดคือสติ เปิดทางให้ราชทูตคือสมถะวิปัสสนา เห็นโทษในกายตามความเป็นจริง เห็นตามจริงจะละวางความยึดถือได้โดยอัตโนมัติ ตัณหาอวิชชาอ่อนลงจิตต้องฝึกแบบนี้คือ งดให้อาหารแก่ตัณหาอวิชชา