พระพุทธเจ้าทรงแนะแนวทางแก่พระจูฬปันถก เกี่ยวกับอุบายแหวกม่านโมหะมีรายละเอียดอย่างไร

คำถาม 1: มีเนื้อความตอนหนึ่งกล่าวว่า พระจูฬปันถก ความจริงท่านเป็นคนมีบุญญาธิการ แต่เพราะในอดีตเคยก่ออกุศลกรรมคือ ชอบไปดูถูก หัวเราะเยาะ บั่นทอนกำลังใจของคนที่เขามีสติปัญญาไม่ใคร่ดี จนกระทั่งเขาอับอายถอยเท้าไปจากแวดวงการศึกษาธรรมะ ส่งผลให้ท่านเกิดใหม่แล้วท่องจำหรือเรียนมนต์อะไรไม่ได้แม้แต่คาถาสักบทเดียว เป็นต้น ต่อเมื่อพระพุทธเจ้าช่วยแนะอุบายช่วยแหวกม่านโมหะออก ปัญญาที่แท้จริงของท่านจึงสว่างชำแรกออกมาได้ ขอทราบว่าอุบายที่ว่าคืออะไร ทำอย่างไรจึงแหวกม่านโมหะออกได้

คำตอบ 1: อ้างอิงจากเรื่อง “พระจูฬปันถก” พระพุทธเจ้าทรงแนะแนวทางแก่พระจูฬปันถก โดยให้ลูบผ้าผืนหนึ่ง พร้อมทั้งบริกรรมว่า “รโชหรณํ รโชหรณํ” เมื่อท่านลูบผ้าผืนนั้นอยู่และเห็นว่าผ้าผืนนั้นได้เปื้อนเหงื่อและฝุ่นจนสกปรกมากขึ้น ซึ่งถือเป็นนิมิตเครื่องหมายเพื่อทำความเข้าใจอิทธิวิธีต่างๆและเกิดปัญญาญาณขึ้น รู้แจ้งแทงตลอดถึงความไม่เที่ยง ความแปรปรวนเป็นธรรมดา ไม่ควรยึดถือเอาไว้ ควรปล่อยวางเสีย จนสามารถละกิเลส สังโยชน์เครื่องร้อยรัดต่างๆลงได้ จนบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้ในที่สุด

ซึ่งแนวทางดังกล่าวข้างต้นมีพระพุทธเจ้าเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ที่มีปัญญาญาณหยั่งรู้อัธยาศัย อุปนิสัย อินทรีย์แก่อ่อน และเครื่องข้องแห่งเวไนยสัตว์ หรือที่เราเรียกว่า “อาสยานุสยญาณ” พร้อมทั้งทรงบอกถึงวิธีแก้ไขเพื่อให้สัตว์โลกนั้นเกิดปัญญาญาณขึ้น โดยปฏิบัติกรรมฐานเพื่อให้เกิดฐานที่ตั้งแห่งจิต

หากเราจะวิเคราะห์ใจความสำคัญจากเรื่อง “พระจูฬปันถก” จะสามารถแจกแจงเป็นประเด็นได้ดังนี้

พระพุทธเจ้าไม่อยู่แล้ว ถือเป็นการเสียประโยชน์อย่างใหญ่หลวงจากการที่พระพุทธเจ้าทรงปรินิพพาน เพราะหากเราถึงทางตันในการปฏิบัติธรรม คงไม่มีผู้ใดที่จะสามารถใช้ “อาสยานุสยญาณ” มาแนะนำวิธีแก้ไขพร้อมทั้งแนวทางในการปฏิบัติธรรมให้สำเร็จได้

เราต้องปฏิบัติทุกวิถีทางตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด ซึ่งถือว่าเป็น “อุบายแหวกม่านโมหะ” เพื่อให้สิ้นทุกข์ หลุดพ้นจากสังสารวัฏนี้ ด้วยศรัทธาพอเหมาะ ความเพียรพอสม และปัญญาที่มีอยู่ ทำให้กิเลสค่อยๆลอกออก ต้องมีกำลังใจในการปฏิบัติธรรม อย่าท้อถอย ทำได้มากบ้างน้อยบ้างก็ถือว่าเป็นการสั่งสม เปรียบเสมือนน้ำทะเลในมหาสมุทรต้องเริ่มต้นจากฝนที่ตกลงมาทีละหยด ทั้งนี้อุบายที่ใช้แหวกม่านกิเลสแบ่งออกเป็น 3 กองใหญ่ ดังนี้

โลภะหรือราคะ เป็นกิเลสกองที่ดับได้ด้วยการใช้อสุภะ การพิจารณาเห็นในสิ่งที่ไม่สวยงาม

โทสะ เป็นกิเลสกองที่ดับได้ด้วยการเจริญเมตตา

โมหะ เป็นกิเลสกองที่ดับได้ด้วยการทำโยนิโสมนสิการ เริ่มต้นศึกษาและคิดตามหลักอริยสัจสี่

ลงมือปฏิบัติธรรมได้เลย สามารถปฏิบัติได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ อย่าฟังเสียงของมาร เช่น การดูถูกตนเองว่าไม่สามารถปฏิบัติธรรมได้ มีจิตประมาทด้วยต้องการรอพระพุทธเจ้าองค์ถัดไปมาแนะแนวทางให้ เป็นต้น

อย่าคาดหวังหรือค้นหาทางลัดในการปฏิบัติธรรมที่ประกอบด้วยมิจฉามรรค

- - - ตอบคำถาม : คุณ Kitty

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง อ่าน "อาสยานุสยญาณนิทเทส แสดงอาสยานุสยญาณ" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค อ่าน "ประวัติพระจุลปันถกเถระ เอตทัคคะเลิศกว่าพวกภิกษุผู้ฉลาดในการเปลี่ยนแปลงทางใจ" ฟัง "มหาทุกขักขันธสูตรและจูฬทุกขักขันธสูตร" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ฟัง "พระจูฬปันถกเถระ" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561