ทำอย่างไรการให้ทานจึงจะได้ผลและอานิสงส์มาก

ทานสูตร กล่าวถึงองค์ประกอบของผู้ให้ทานและผู้รับทาน

คำสอนของพระพุทธเจ้าสามารถช่วยรักษาใจยามเจ็บป่วยได้ หมอก็รักษาเราได้แค่ตอนนี้ …รักษาตามอาการ…แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้ารักษาใจไม่ให้วุ่นวาย แม้กายจะเจ็บปวด…ซึ่งความรู้ที่ทำให้จิตใจสูงขึ้นมาอดทนขนาดนั้นได้ คือ การรู้เรื่องอริยสัจ 4

ถ้าจิตใจเรามีธรรมะนั้นดี เพราะความเจ็บป่วยทางกายจะเข้าไม่ถึงใจ มันจะถูกล็อค – บล็อคอยู่แค่ที่ทางกาย การทำธรรมะต้องอาศัยการฟัง การดู การอ่าน … นัยยะวันนี้จะกล่าวถึงสิ่งที่ทำให้เกิดบุญกุศล ความดีความงาม … การให้ทานเป็นสิ่งดีเพราะมีการสละออก มีการแบ่งปัน มีการสงเคราะห์กันเป็นการดี และมีผลทั้งในปัจจุบัน – อนาคต ผู้ให้ก็ได้ผลผู้รับก็ได้ผลเป็นบุญ ส่วนในวัตถุทานที่จะนำมาให้ต้องประกอบด้วยธรรมคือไม่ไปโกง ไปขโมยเขามา เพราะถ้าทำแบบนั้นความเศร้าหมองในวัตถุทานก็จะมีมาก แต่ถ้าไม่มีการโกง ไม่ไปลักขโมยของใครมาทำทาน ความเศร้าหมองในวัตถุทานนั้นก็จะไม่มีเลย …คนให้ทานก็ต้องมีศรัทธา ถ้าคนให้ทานไม่มีศรัทธา บุญที่เกิดขึ้นจะมีศรัทธาให้เพราะฉะนั้นศรัทธาที่มีในการให้ต้องมีทั้งก่อนให้ ขณะให้และหลังให้ ถ้าให้เศษๆ หยาบๆ และให้ด้วยจิตใจไม่ดี บุญที่ได้จึงไม่ดี …ในทานสูตรได้กล่าวถึงองค์ประกอบ 6 อย่าง แบ่งเป็น 3 อย่างของผู้ให้ อีก 3 อย่างเป็นของผู้รับ …ถ้าจิตของผู้ให้มีความแยบคายมีความตั้งใจ มีใจนุ่มนวลที่จะให้ ต่อให้ปัจจัยเงินทองนั้นจะน้อยก็จะให้ได้ผลได้อานิงส์มาก ถ้าเราตั้งจิตไว้อย่างดี … แล้วถ้าผู้รับสิ้นราคะ โทสะ โมหะก็จะได้รับบุญมาก อย่างถ้าเราเอาไปให้โจร โจรก็จะเอาเงินที่ได้มาไปซ่องสุมอาวุธเป็นไปเพื่อความเบียดเบียดมากขึ้น ซึ่งก็เป็นผู้มีราคะ โทสะ โมหะมาก เราก็จะได้รับบุญได้รับอานิสงส์น้อย เปรียบเหมือนการหว่านเมล็ดข้าวลงในนาที่ไม่ดีทำให้เมล็ดผลเติบโตได้ยาก …

คำสอนของพระพุทธเจ้าสามารถช่วยคนไม่ได้แค่ชาตินี้ชาติเดียว หมอก็รักษาเราได้แค่ตอนนี้ ก็หาหมอได้ทีละคนแต่ละเรื่องๆ รักษาตามอาการ บางครั้งรักษาไม่ได้ก็ปฏิเสธไม่ได้ ได้แต่รักษาตามอาการแต่ธรรมะของพระพุทธเจ้ารักษาใจไม่ให้วุ่นวาย แม้กายจะเจ็บปวดก็ไม่เท่าไหร่ พออดทนได้ด้วยกำลังของจิตใจที่สูง อย่างคนไข้บางคนเป็นมะเร็งแต่อดทนได้จิตใจสูง ซึ่งความรู้ที่ทำให้จิตใจสูงขึ้นมาอดทนขนาดนั้นได้ คือ การรู้เรื่องอริยสัจ 4


พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง