แนวทางแก้ไข เมื่อมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับคนในครอบครัว

ทวีป “อุตตรกุรุทวีป” จะใช้แสงสว่างจากแก้วมณีอย่างเดียว เพราะพระอาทิตย์ส่องไปไม่ถึงใช่หรือไม่ อย่างไร

มนุษย์ในชมพูทวีป หมายถึงมนุษย์ที่อยู่ในโลกนี้ใช่หรือไม่

พระปัจเจกพระพุทธเจ้าแตกต่างกับพระพุทธเจ้าอย่างไร

ควรใช้ธรรมะใด เมื่อบุตรธิดาติดมือถือ มีอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่ฟัง และทำให้มีการโต้เถียงกัน

แนวทางแก้ไขเพื่อไม่ให้อกุศลธรรมเจริญ เมื่อมีเหตุให้เสื่อมศรัทธาในบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ขยายความเพิ่มเติมสำหรับข้อความในพระสูตรที่ว่า “ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?” จาก “ความไม่เที่ยง” แล้วโยงมา “ไม่เป็นเรา” สามารถเชื่อมโยงมาหรือเกี่ยวเนื่องกันอย่างไร

ทำความเข้าใจในเชิงรูปธรรมเพื่อหาที่สุดจบจาก “ทุกอย่างไม่ใช่ตัวตน ต้องอาศัยเหตุปัจจัยจึงเกิดขึ้นได้ ”

คำถาม 1: ผู้ถามมีความทุกข์ใจที่มีปัญหากับพี่สาว อยากจะขอคำแนะนำเพื่อหาแนวทางแก้ไขคือ จะมีปากเสียงกันบ่อยและช่วงหลังก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวผู้ถามก็จะพยายามถอยออกมา แต่พี่สาวจะส่งข้อความมาด่า โทรมาด่ากับพ่อบ้าง ด่าฝากหลานบ้าง หรือไปโพสต์ด่าทาง Facebook ส่วนตัวผู้ถามเองได้บล็อกพี่สาวทุกช่องทาง เพราะไม่อยากรู้ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากร้องไห้เสียใจว่าเขาด่าว่าอะไร พี่สาวชอบคิดว่าผู้ถามอิจฉาซึ่งผู้ถามไม่เคยคิดแบบนั้นเลย แต่จะมีอาการน้อยใจที่มีพี่สาวเพียงคนเดียว แต่กลับเป็นคนเดียวที่คอยทำร้ายในทุกเรื่อง ถึงแม้เป็นน้องก็ไม่เคยทำตัวให้ลำบาก ทั้งดูแลพ่อแม่ที่ป่วย รวมถึงลูกตนเอง หรือแม้เวลาที่พี่สาวทุกข์ใจต้องการความช่วยเหลือผู้ถามก็พร้อมที่จะช่วย ผู้ถามคงทำกรรมไม่ดีกับพี่สาวไว้มากหรือเปล่าถึงทำให้รู้สึกทุกข์ใจ ที่คิดถึงหรือได้ยินจากคนอื่นมาพูดให้ฟังว่าพี่สาวโพสต์ว่าเกลียดมาก อาจจะเป็นเพราะผู้ถามกลัวพี่สาวโดนหลอก ซึ่งเวลาที่พี่สาวด่าจะด่าหยาบๆ ชอบด่าว่าสร้างภาพฟังธรรมะ มือถือสากปากถือศีลจากการที่ผู้ถามแชร์ธรรมะของพระอาจารย์มาปีกว่าแล้วและฟังเกือบทุกวัน เพราะธรรมะขัดเกลาจิตใจผู้ถามให้ดีขึ้น ถ้าเป็นแต่ก่อนก็ไม่ปฏิเสธที่จะด่ากลับทุกทางและถึงกับลงไม้ลงมือ เพราะผู้ถามเป็นคนใจร้อนถ้าสติหลุดก็อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล แต่ทุกวันนี้ผู้ถามก็พยายามทำศีล 5 ให้ครบ ตอนนี้พี่สาวหลงกับเงินทองและความรักของเขามาก รบกวนขอคำแนะนำว่า ควรจะทำอย่างไรดีกับพี่สาว

คำตอบ 1: พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะความไม่ดีทั้งปวงโดยการใช้ธรรมะล้วนๆ ไม่บังคับด้วยไม่ใช้อาชญา ด้วยไม่ใช้ศาสตรา และยังทรงรับรองคำพูดของท้าวสักกะเทวราชที่ว่า “ไม่มีใครที่จะเอาชนะผู้ที่มีธรรมะคุ้มครองได้เลย”

คนในครอบครัวเดียวกันและคนที่รักกัน ควรพูดจาด้วยคำสุภาพ คำที่ทำให้ตั้งอยู่ในสมาธิได้ เป็นคำฟูใจ ให้กำลังใจกัน ไม่ยุยงให้แตกกัน เป็นต้น อย่างไรก็ตามเราอาจจะได้พบเจอคนพาล คนโง่ คนจนปราศจากกุศลธรรม มีแต่สร้างอกุศลธรรมอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นเราต้องเอาชนะด้วยอริยทรัพย์ ด้วยการรักษาศีล มีศรัทธา จาคะ และปัญญา เอาชนะคนพาลด้วยความอดทน เอาชนะความโกรธด้วยความเมตตา เอาชนะคนโง่ด้วยปัญญาที่เห็นความเกิดขึ้น ความดับไป ความไม่เที่ยงในสิ่งต่างๆ

นอกจากนั้น เรายังควรโยนิโสมนสิการ ด้วยการทำความเข้าใจให้ถูกต้องถึงสาเหตุที่อาจจะเป็นเพราะอารมณ์ อากาศ หรือเหตุแวดล้อมอื่นๆ ไม่เหมารวมว่าเป็นกรรมเก่าทั้งหมด ให้มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริงและจะทำให้เรามองข้ามความกังวลนี้ไปได้

 

คำถาม 2: จากการฟังเรื่อง “พระโชติกเถระ” แล้วมีการพูดทวีปที่ชื่อ “อุตตรกุรุทวีป” ว่าที่นั้นจะใช้แสงสว่างจากแก้วมณีอย่างเดียว จึงมีข้อสงสัยว่าพระอาทิตย์ส่องไปไม่ถึงทวีปนั้นหรือไม่ อย่างไร

คำตอบ 2: อ้างอิงจากพระสูตรที่กล่าวถึงความเป็นไปของโลก สามารถแบ่งออกเป็น 4 ทวีปดังนี้

ชมพูทวีป มนุษย์ชาวชมพูทวีปมีหน้ารูปไข่เหมือนดุมเกวียน อายุอาจยาวหรือสั้นเพราะบางครั้งมีศีลธรรม บางคราวไม่มี อายุของมนุษย์ในชมพูทวีปจึงกำหนดไม่ได้ ซึ่งเป็นดินแดนที่มีต้นชมพูอยู่มาก

บุรพวิเทหทวีป มนุษย์ที่เกิดในทวีปนี้มีหน้ากลมเหมือนเดือนเพ็ญกลมดังหน้าแว่น ทวีปนี้อยู่ทางทิศตะวันออกเขาพระสุเมรุ กว้าง 7000 โยชน์ มีทวีปบริวาร 500 มีท้าวพระยา และนายบ้านนายเมืองปกครองดูแลมีอายุยืน 100 ปีจึงตาย

อุตตรกุรุทวีป มนุษย์ที่เกิดในทวีปนี้มีหน้ารูปสี่เหลี่ยมกว้างและยาวเท่ากัน ทวีปนี้อยู่ทางทิศเหนือเขาพระสุเมรุ กว้าง 8000 โยชน์ มีทวีปบริวาร 500 มีภูเขาทองล้อมรอบทวีป ทุกคนอยู่ดีมีสุขเพราะบุญของเขาที่ได้ทำกันมา มีอายุยืน 1000 ปีจึงตาย

อมรโคยานทวีป อยู่ทางทิศตะวันตกเขาพระสุเมรุ กว้าง 7000 โยชน์ มีทวีปบริวาร มีแม่น้ำ ภูเขา มีบ้านเมืองใหญ่น้อย มนุษย์ที่เกิดในทวีปนี้มีหน้าดังเดือนแรม 8 ค่ำ อายุยืนอยู่ 400 ปี

อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิชาการให้ความเห็นที่แตกต่างกันไป เช่น

ชมพูทวีปคือ ประเทศอินเดียเท่านั้น แต่อุตตรกุรุทวีปคือ ประเทศอื่นๆในโลก

ชมพูทวีปคือ โลกใบนี้ แต่อุตตรกุรุทวีปคือ ดินแดนอื่นหรือโลกใบอื่นที่ไม่ใช่โลกมนุษย์

 

คำถาม 3: มนุษย์ในชมพูทวีป หมายถึงมนุษย์ที่อยู่ในโลกนี้ใช่หรือไม่

คำตอบ 3: ขึ้นอยู่กับการตีความ อาจจะเป็นไปได้ทั้งที่เป็นมนุษย์ในประเทศอินเดีย หรือมนุษย์ในโลกใบนี้ทั้งหมดก็ได้

 

คำถาม 4: พระปัจเจกพระพุทธเจ้าแตกต่างกับพระพุทธเจ้าอย่างไร

คำตอบ 4: พระปัจเจกพระพุทธเจ้ากับพระพุทธเจ้า แตกต่างกันดังนี้คือ

พระปัจเจกพระพุทธเจ้า

มีตำแหน่งหรือคุณสมบัติเป็นพระปัจเจกพุทโธ

เป็นผู้ที่ตรัสรู้ได้ด้วยตนเอง สามารถบอกสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งถึงศีล สมาธิ แต่ยังไม่มีปัญญามากพอที่จะรู้ตามได้

มีสาวกไม่มากและยังไม่สามารถบรรลุธรรมถึงขั้นพระโสดาบันหรือพระอรหันต์ได้

ระยะเวลาในการบำเพ็ญบารมี นานเป็นครึ่งเดียวของพระสัมมาสัมพุทโธคือ 2 อสงไขยมหากัป กับอีกแสนมหากัป

พระพุทธเจ้า

มีตำแหน่งหรือคุณสมบัติเป็นพระสัมมาสัมพุทโธ

เป็นผู้ที่ตรัสรู้ได้ด้วยตนเอง สามารถบอกสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งตามในศีล สมาธิ และปัญญาได้ด้วย

มีสาวกบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ตามมาเป็นจำนวนมาก

ระยะเวลาในการบำเพ็ญบารมี เริ่มตั้งแต่ 4 อสงไขยมหากัป กับอีกแสนมหากัป จนกระทั่งถึง 80 อสงไขยมหากัป กับอีกแสนมหากัป ทั้งนี้ขึ้นกับลำดับขั้นของการปรารถไว้

 

- - - ตอบคำถาม : คุณแนท (บางแค)

 

คำถาม 5: ผู้ถามมีลูกชาย 2 คน อายุ 12 ขวบและ 6 ขวบ ช่วงนี้จะติดมือถือและมีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่ฟังทำให้มีการโต้เถียง ผู้ถามไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย จึงต้องการขอคำแนะนำว่าควรจะนำธรรมะข้อใดมาใช้ดี

คำตอบ 5: สาเหตุเกิดจากกาม ซึ่งก็คือความกำหนัด ยินดี พอใจ ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นจากตา หู จมูก ลิ้น หรือกาย ในที่นี้ก็คือ โทรศัพท์มือถือหรือวัตถุกาม นั่นเอง

หากเราต้องการตัดความยึดถือ ยินดี พอใจออกให้ได้ ด้วยการอยู่ลำบากแล้วทำสิ่งที่เป็นกุศลธรรมทดแทนให้เกิดมากขึ้น เช่น การดูแลเอาใจใส่ มีเมตตา อยู่กันด้วยความอดทน พูดจากันด้วยสัมมาวาจา เป็นต้น

 

“เพราะกามเป็นเหตุ เพราะกามเป็นปัจจัย เพราะกามบังคับให้กระทำ เป็นไปเพราะกามนั่นเทียว”

 

- - - ตอบคำถาม : คุณชนาธิป สิขัณฑกนาค

 

คำถาม 6: ผู้ถามมีทุกข์คือ รู้จักพระที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งก็รู้จักมานานแล้ว และมีเหตุให้เสื่อมศรัทธาอย่างยิ่ง รู้สึกจิตตก จะมีทางแก้อย่างไรเพื่อไม่ให้อกุศลธรรมเจริญ

คำตอบ 6: อ้างอิงจากพระสูตร “ปุคคลปสาทสูตร” ได้กล่าวถึงโทษในความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แล้วไม่ไปคบหากับภิกษุหรือบุคคลเหล่าอื่น จึงไม่ไปฟังธรรมและเสื่อมจากธรรม จนทำให้สัทธรรมตกในที่สุด ซึ่งประกอบด้วย 5 ประการ ดังนี้

บุคคลนั้นต้องอาบัติ อันเป็นเหตุให้สงฆ์ยกวัตร (ถูกลงโทษให้แยกจากหมู่)

บุคคลนั้นต้องอาบัติ อันเป็นเหตุให้สงฆ์บังคับให้เขานั่งที่สุดสงฆ์ เช่น อาบัติสังฆาทิเสส หรือโดนขังคุก

บุคคลนั้นหลีกไปสู่ทิศเสีย เช่น การหลีกหนีหายไปที่อื่น

บุคคลนั้นลาสิกขา

บุคคลนั้นกระทำกาละเสีย

สิ่งนี้ถือเป็นโทษของความไม่มีศรัทธา ซึ่งวิธีแก้ไขคือ เอาศรัทธาของเราไปเลื่อมใสหรือตั้งไว้ในภิกษุเหล่าอื่นที่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เพื่อหวังมรรคผลนิพพานในชาตินี้ เพื่อที่จะไม่ทำให้เสื่อมจากสัทธรรม สามารถทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมได้

 

- - - ตอบคำถาม : คุณ Tinn

 

คำถาม 7: จากคำถามที่ว่า “ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?” แต่ผู้ถามมีข้อสงสัยเพิ่มเติมคือ ร่างกายอันนี้ที่เราเห็นว่าเป็นเรา เป็นของเรา พอเราพิจารณาดู แล้วก็เห็นจริงว่าร่างกายนี้ไม่เที่ยง แปรปรวนไปเรื่อยๆ แล้วทำไมต้องเห็นว่า มันไม่เป็นเรา ไม่เป็นของเรา ด้วยคือ เห็นมันแปรปรวน แต่เราไม่แปรปรวนตามมัน เรากับมันเลยเป็นคนละอย่างกัน แบบนี้ใช่หรือไม่ จาก “ความไม่เที่ยง” แล้วโยงมา “ไม่เป็นเรา” มันโยงมาอย่างไร เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร

คำตอบ 7: หลายคนยังเข้าใจว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวเรา และไม่ไปยึดในส่งอื่นที่แวดล้อมอยู่ภายนอก แท้จริงแล้วสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวเรานั้นก็ไม่มีจริง ดังนั้นให้ค่อยๆพิจารณาเห็นสิ่งใดๆในโลกล้วนไม่เที่ยง มีเหตุปัจจัยปรุงแต่งให้เกิดขึ้น จึงจะทำให้ความรู้สึกนั้นค่อยๆถอนออกได้

 

คำถาม 8: ผู้ถามเข้าใจว่า “ทุกอย่างไม่ใช่ตัวตน ต้องอาศัยเหตุปัจจัยจึงเกิดขึ้นได้” ในส่วนของนามธรรมค่อนข้างเข้าใจว่ามันเป็นแบบนั้น แต่ในส่วนของรูปธรรมยังมีความสงสัยอยู่คือ พวกธาตุสี่ที่เป็นร่างกาย มันมีธาตุที่เป็นธาตุตั้งต้นหรือธาตุที่เล็กที่สุดใช่หรือไม่ ถ้ามีเหตุปัจจัยของธาตุนั้นคืออะไร มันแยกได้ไปสุดแค่ไหน พระพุทธเจ้าท่านได้กล่าวเรื่องธาตุที่เป็นรูปธรรมที่เล็กที่สุดไว้หรือไม่ เช่น น้ำก็แยกออกมาเป็น H2O แล้วถ้าจะแยกลงไปเรื่อยๆ มันจะไปสุดที่ตรงไหน

คำตอบ 8: เมื่อร่างกายของเราแตกดับจนกลายเป็นธาตุสี่คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ละเอียดลงไปเรื่อยๆจนเป็นอะตอมหรือหน่วยที่เล็กที่สุด ก็ไม่สามารถหาที่สุดจบได้ ซึ่งก็เหมือนกับอวิชชา คือความไม่รู้ จะวนไปเรื่อยๆเพื่อการเสาะหาความรู้ที่มากขึ้น แล้วทำให้เราทราบว่ายังมีสิ่งที่ไม่รู้อีกมากมาย หากต้องการให้ถึงที่สุดจบได้ก็ต้องเดินมาตามทางของมรรคแปดนั่นเอง

 

- - - ตอบคำถาม : คุณ Tony

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง อ่าน "ปุคคลปสาทสูตร" พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ฟัง "ภัยทั้งหลายเกิดแต่จิต" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2562 ฟัง "ผู้ไม่ขัดสนในอริยทรัพย์" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ฟัง "พระโชติกเถระ" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ฟัง "การบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ฟัง "สามัญทรัพย์-อริยทรัพย์" ออกอากาศเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2557