ในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ ควรใช้ธรรมะใดในการรักษาใจ

บทคัดย่อ

 

คำถาม 1: ในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ ควรใช้ธรรมะใดในการรักษาใจ

คำตอบ 1: ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจทั้งที่ดีและย่ำแย่นั้น หลักธรรมที่ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการทำมาหากิน สามารถแบ่งออกเป็นหัวข้อหลักๆดังนี้

ต้องลงมือทำหรือปฏิบัติตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อความสุข ความดี และประโยชน์เกื้อกูลอยู่ในปัจจุบัน มีโดยควรแก่ฐานะที่ควรจะเป็นได้ ตามหลักธรรมดังต่อไปนี้

อุฏฐานสัมปทา หมายถึง ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยความขยัน ทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ถึงพร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียร เลี้ยงชีพด้วยการหมั่นประกอบการงาน เป็นผู้ขยันไม่เกียจคร้านในการงานนั้น ประกอบด้วยปัญญาเครื่องสอดส่อง อันเป็นอุบายในการงานนั้นให้สามารถทำได้สำเร็จทฤษฏี การต่อยอดแสวงหาแหล่งรายได้เพิ่ม เหตุที่คนรวยมีฐานะรวยได้เรื่อยๆ เพราะเขาใช้วิธีเอาเงินที่ลงทุนได้กำไรครั้งแรกๆ ไปต่อยอดธุรกิจ ขยายสายป่านขึ้นเรื่อยๆ

อารักขสัมปทา หมายถึง ความถึงพร้อมด้วยการรักษาโภคทรัพย์ (ที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียร โดยชอบธรรม) เขารักษาคุ้มครองโภคทรัพย์เหล่านั้นไว้ได้พร้อมมูล ไม่ให้ถูกลักหรือทำลายไปโดยภัยต่างๆ การได้มาว่ายากแล้ว การรักษาไว้ยากยิ่งกว่า

กัลยาณมิตตตา หมายถึง การมีมิตรดี เพื่อนดี คบคนดี ไม่คบคบชั่ว อยู่อาศัยในบ้านหรือนิคมใด ย่อมดำรงตน เจรจา สนทนากับบุคคลในบ้านหรือนิคมนั้น ซึ่งเป็นผู้มีสมาจารบริสุทธิ์ ผู้ถึงพร้อมด้วยศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา

สมชีวิตา หมายถึง การอยู่อย่างพอเพียง รู้ทางเจริญทรัพย์และทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ แล้วเลี้ยงชีพพอเหมาะ ไม่ให้ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายหรือไม่ให้ฝืดเคืองนัก สามารถจัดการกระแสเงินเข้าให้สมดุลกับกระแสเงินออก ด้วยคิดว่ารายรับจะต้องเหนือรายจ่าย และรายจ่ายจะต้องต่ำกว่ารายรับ ใช้จ่ายเงินต่ำกว่าฐานะ คนรวยขึ้นได้เกิดมาจากรู้จักคุณค่าของเงินใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง

ต้องลงมือทำหรือปฏิบัติตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อความสุข ความดี และประโยชน์เกื้อกูลในเวลาต่อๆ ไป มีโดยควรแก่ฐานะที่ควรจะเป็นได้ ตามหลักธรรมดังต่อไปนี้

เป็นผู้ที่มีศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า

เป็นผู้ที่มีศีล รักษาศีล

เป็นผู้ที่มีจาคะ คือ มีการสละออก การให้ การบริจาค

เป็นผู้ที่มีปัญญาที่จะละความเกิดดับ ละความยึดถือ เห็นโทษในสิ่งที่เป็นอกุศลธรรม

ต้องหลีกเลี่ยงอบายมุข หรือที่ตั้งแห่งความประมาท ซึ่งถือเป็นการอุดรูรั่วในการใช้จ่าย สามารถแบ่งออกได้ดังนี้

การดื่มน้ำเมา คือ สุรา และเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทและเกิดโทษหากทำบ่อยๆ ดังนี้

ความเสื่อมทรัพย์อันผู้ดื่มพึงเห็นเอง

ก่อการทะเลาะวิวาท

เป็นบ่อเกิดแห่งโรค

เป็นเหตุเสียชื่อเสียง

เป็นเหตุไม่รู้จักละอาย

เป็นเหตุทอนกำลังปัญญา

การเที่ยวไปในตรอกต่างๆ ในกลางคืน อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทและเกิดโทษหากทำบ่อยๆ ดังนี้

ผู้นั้นชื่อว่าไม่คุ้มครอง ไม่รักษาตัว

ไม่คุ้มครอง ไม่รักษา บุตรภรรยา

ไม่คุ้มครอง ไม่รักษาทรัพย์สมบัติ

เป็นที่ระแวงของคนอื่น

คำพูดอันไม่เป็นจริงในที่นั้นๆ ย่อมปรากฏในผู้นั้น

อันเหตุแห่งทุกข์เป็นอันมากแวดล้อม

การเที่ยวดูมหรสพ อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทและเกิดโทษหากทำบ่อยๆ ดังนี้

รำที่ไหน ไปที่นั่น

ขับร้องที่ไหนไปที่นั่น

ประโคมที่ไหนไปที่นั่น

เสภาที่ไหนไปที่นั่น

เพลงที่ไหนไปที่นั่น

เถิดเทิงที่ไหนไปที่นั่น

การพนัน อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทและเกิดโทษหากทำบ่อยๆ ดังนี้

ผู้ชนะย่อมก่อเวร

ผู้แพ้ย่อมเสียดายทรัพย์ที่เสียไป

ความเสื่อมทรัพย์ในปัจจุบัน

ถ้อยคำของคนเล่นการพนันซึ่งไปพูดในที่ประชุมฟังไม่ขึ้น

ถูกมิตร อมาตย์หมิ่นประมาท

ไม่มีใครประสงค์จะแต่งงานด้วย เพราะเห็นว่าชายนักเลงเล่นการพนัน ไม่สามารถเลี้ยงภรรยาได้

การคบคนชั่วเป็นมิตร อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทและเกิดโทษหากทำบ่อยๆ ดังนี้

นำให้เป็นนักเลงการพนัน

นำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้

นำให้เป็นนักเลงเหล้า

นำให้เป็นคนลวงผู้อื่นด้วยของปลอม

นำให้เป็นคนโกงเขาซึ่งหน้า

นำให้เป็นคนหัวไม้

ความเกียจคร้าน อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทและเกิดโทษหากทำบ่อยๆ ดังนี้

มักให้อ้างว่าหนาวนัก แล้วไม่ทำการงาน

มักให้อ้างว่าร้อนนัก แล้วไม่ทำการงาน

มักให้อ้างว่าเวลาเย็นแล้ว แล้วไม่ทำการงาน

มักให้อ้างว่ายังเช้าอยู่ แล้วไม่ทำการงาน

มักให้อ้างว่าหิวนัก แล้วไม่ทำการงาน

มักให้อ้างว่าระหายนัก แล้วไม่ทำการงาน

ต้องรู้จักการแบ่งจ่ายทรัพย์ใน 4 หน้าที่ ในเงินทองที่ได้มาด้วยความชอบธรรม โดยที่สามารถปรับสัดส่วนได้ตามความเหมาะสม อันได้แก่

บำรุงเลี้ยงให้ถูกต้อง เหมาะสม และเป็นสุขทั้งในทางเศรษฐกิจและในครัวเรือน โดยครอบคลุมไปยังผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเราในทิศทั้งหก

ปิดกั้นอันตรายจากไฟ น้ำ พระราชา โจร หรือทายาทอันไม่เป็นที่รักใคร่ รวมถึงการรักษาทรัพย์ เช่น การจ่ายภาษี การทำประกันภัย

การทำพลีกรรม หมายถึง ภาษีหรือการบูชาเครื่องสังเวย เป็นการให้เปล่าหรือการให้โดยไม่หวังคืน มีอยู่ด้วยกัน 5 ลักษณะ คือ

ญาติพลี คือ การสงเคราะห์ญาติ การบูชาญาติ

อิตถิพลี คือ การสงเคราะห์แขกที่มาเยี่ยมเรา มาหาเรา เราสังเวยให้เขา บูชาให้เขา หรือจ่ายเป็นภาษีสังคม

ปุพพเปตพลี คือ บุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว เช่น พ่อแม่ การบวงสรวงญาติ การทำเชงเม้ง

ราชพลี คือ ภาษี ส่วย อากร

เทวตาพลี คือ มนุษย์ที่มีศีลมีความดีความงาม เป็นเทวดาอยู่ในร่างมนุษย์ เราก็บูชาเขา สังเวยให้เขา สงเคราะห์เขา ถือว่าเราสงเคราะห์คนดี

การตั้งไว้ซึ่งทักษิณาทาน หมายถึง ให้เพื่อหวังเอาบุญ ให้กับสมณะพราหมณ์ที่มีความดีงาม เป็นเนื้อนาบุญ เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

ปฏิบัติตนตามหลักคุณธรรม 3 ประการเพื่อที่จะเป็นฆราวาสชั้นเลิศยิ่งขึ้นไป เป็นอริยสาวกที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องเปรียบได้กับหัวเนยใส ซึ่งเป็นยอดของรสจากโค กล่าวคือ สามารถบริโภคผลิตภัณฑ์จากวัว โดยที่วัวไม่ตายหรือไม่ถูกเบียดเบียนมากนัก

อุฏฐานสัมปทา คือ มีโภคทรัพย์อันหาได้มาอย่างเป็นธรรม ไม่คดโกงผู้อื่น ด้วยความเพียร รวบรวมมาด้วยกำลังแขน มีตัวชุ่มด้วยเหงื่อ

สมชีวิตา คือ แบ่งจ่ายทรัพย์ให้ครบในทั้ง 4 หน้าที่

มีปัญญา คือ ไม่กำหนัดยึดถือ ติดยึดในโภคทรัพย์นั้น

 

- - - ตอบคำถาม : คุณแอร์ ชินโชติ

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง ฟัง "เตรียมพร้อมก่อนเกษียณอายุ" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561 ฟัง "ภูมิภาคอันสม่ำเสมอน่ารื่นรมย์" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2561 ฟัง "วินิจฉัยความสุข" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561